Social Icons
ข้ามไปยังเนื้อหา
ทำไมหมาถึงกลัวทุกอย่าง — และวิธีการช่วยเหลือ
หมากับโลกภายนอก

ทำไมหมาถึงกลัวทุกอย่าง — และวิธีการช่วยเหลือ

อ่าน 5 นาที โดย
สารบัญ (10 หัวข้อ)

หมาขี้กลัว ตกใจง่าย กลัวคนกลัวเสียง ไม่ใช่นิสัยติดตัว แต่คือมุมมองที่หมาใช้มองโลก และเปลี่ยนได้ด้วยการฝึก เข้าใจสาเหตุและวิธีสร้าง Optimism ในชีวิตประจำวันที่นี่

หมาบ้านอื่นเดินผ่านได้ทุกอย่าง — ของเราสะดุ้งแค่เสียงถุงพลาสติก เห่าทุกครั้งที่มีคนกดออด ตึงสายจูงพุ่งออกไปก่อนที่จะทันได้คิด แข็งขาไม่ยอมเดินเมื่อเจอหมาตัวอื่นตรงโค้งถนน

พฤติกรรมเหล่านี้ดูเหมือนคนละปัญหา แต่ทั้งหมดมาจากจุดเดียวกัน หลายคนเรียกหมาแบบนี้ว่าหมาขี้กลัว แต่จริง ๆ แล้วมันคือการที่หมามองโลกในแง่ร้ายเป็นพื้นฐาน และข่าวดีคือสิ่งนั้นฝึกให้เปลี่ยนได้ครับ

หมามองโลกในแง่ดี กับ แง่ร้าย คืออะไร?

เวลาหมาเจออะไรที่ไม่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นเสียง สิ่งของ คน หรือสัตว์ตัวอื่น สมองหมาจะถามคำถามหนึ่งก่อนเสมอ คำถามนั้นคือ “สิ่งนี้อันตรายหรือเปล่า?”

หมาที่มองโลกในแง่ร้าย จะตอบคำถามนั้นว่า”อันตราย”ไว้ก่อน กับทุกความไม่แน่นอน ทุกสิ่งที่ยังไม่รู้จัก คือภัยที่ต้องระวังก่อน

หมาที่มองโลกในแง่ดี จะตอบว่า”ไม่อันตราย”ไว้ก่อนเมื่อเจออะไรใหม่ และคำถามแรกที่เกิดขึ้นในหัวอาจไม่ใช่ “นี่อันตรายไหม” แต่คือ “มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นได้ไหม?”

ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันชัดเจนมาก หมาที่มองโลกในแง่ดีเจอสิ่งแปลกใหม่แล้วเดินต่อได้เลย หมาที่มองโลกในแง่ร้ายต้องประเมิน ระวัง หรือเลี่ยงสิ่งนั้นก่อนด้วยการเห่า หนี หรือแข็งค้าง

สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึก มีงานวิจัยที่วัดได้จริง นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Bristol ออกแบบการทดสอบที่เรียกว่า Judgement Bias Task โดยฝึกหมาให้รู้ว่าชามที่วางทางซ้ายมีอาหาร ส่วนทางขวาไม่มี จากนั้นวางชามตรงกลาง แล้ววัดว่าหมาเดินเข้าหาเร็วแค่ไหน หมาที่ “มองโลกในแง่ดี” เดินเข้าหาชามกลางอย่างมั่นใจ เพราะคาดว่าจะมีของดี หมาที่ “มองโลกในแง่ร้าย” ลังเลหรือไม่เข้าหาเลย เพราะคาดว่าจะเปล่า

หมาในเมืองมักจะมีปัญหานี้

งานวิจัยจากฟินแลนด์ที่ศึกษาหมา 6,000 ตัวพบว่า หมาที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงมีความกลัวคนแปลกหน้าสูงกว่าหมาในชนบทถึง 45% และกลัวหมาตัวอื่นสูงกว่า 70% โดยควบคุมปัจจัยอื่นๆ ทั้งหมดแล้ว

สำหรับหมาที่อาศัยในกรุงเทพหรือเมืองใหญ่ นั่นหมายความว่าสภาพแวดล้อมที่เราพาหมาเดินทุกวันนั้น เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นในปริมาณที่มากกว่าที่หมาส่วนใหญ่จะรับมือได้อย่างสบายใจ มอเตอร์ไซค์วิ่งใกล้ คนส่งของกดออด ลิฟต์ในคอนโด ทางเดินแคบที่เจอหมาตัวอื่นหนีไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่หมาในชนบทต้องเผชิญ ยิ่งถ้าหมาของเราเป็นหมาขี้กลัวอยู่เป็นทุนเดิม สภาพแวดล้อมแบบนี้ก็ยิ่งตอกย้ำให้เขามองโลกในแง่ร้ายเข้าไปอีก

แต่จริง ๆ ๆปัญหาไม่ได้จำเป็นต้องแก้ที่สถานที่ แต่เป็นสิ่งเราทำได้ผ่านการฝึก Mindset ให้หมาพร้อมรับมือกับโลกแบบนี้ของเราครับ

การฝึกที่ผิดทำให้หมามองโลกแย่

มีงานวิจัยสองชิ้นที่สำคัญมาก ชิ้นแรกจากโปรตุเกส ศึกษาหมา 92 ตัวจากโรงเรียนฝึกสุนัข 7 แห่ง ทั้งแบบ reward-based, mixed และ aversive พบว่าหมาที่ฝึกด้วยวิธีลงโทษเข้าหาชามทดลองที่หมาไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน ช้ากว่าหมาที่ฝึกด้วยรางวัลถึง **3 เท่า** พร้อมกับมีระดับคอร์ติซอลสูงกว่า และแสดงพฤติกรรมเครียดมากกว่าระหว่างฝึก

ชิ้นที่สองจากอังกฤษ ศึกษาหมา 100 ตัว พบผลลัพธ์ที่สอดคล้องกัน หมาที่เจ้าของใช้วิธีลงโทษตั้งแต่ 2 วิธีขึ้นไปมีแนวโน้มมองโลกในแง่ร้ายอย่างวัดได้ และผลนี้ยังคงอยู่แม้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่บริบทการฝึก

พูดง่ายๆ คือ การฝึกที่ใช้การลงโทษไม่ใช่แค่ไม่ได้ผล แต่มันทำให้หมามองโลกในแง่ร้ายมากขึ้นในทุกสถานการณ์ครับ

วิธีสร้าง Optimism ในชีวิตประจำวัน

สอนให้รู้ว่าโลกนี้คือตู้เย็น

วิธีที่ตรงที่สุดในการสร้าง Optimism คือทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างหมากลายเป็นสัญญาณของสิ่งดีๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องรอให้หมาทำอะไรก่อน

– มอเตอร์ไซค์วิ่งผ่าน → ขนม

– คนส่งของกดออด → ขนม

– หมาตัวอื่นเดินผ่านอีกฟากถนน → ขนม

– เด็กวิ่งผ่าน → ขนม

หมาเรียนรู้ว่าสิ่งไม่แน่นอนในโลกนี้ทำนายสิ่งดีได้เสมอ ปฏิกิริยาเริ่มต้นเมื่อเจอสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนจากการระวังเป็นการคาดหวัง ไม่ต้องรอให้หมานิ่งก่อนให้รางวัล เรากำลังสร้างการเชื่อมโยงโดยตรงว่าสิ่งรอบตัว = เรื่องดี ไม่ได้กำลังฝึกพฤติกรรม

เกมปาร์ตี้ของแปลก

1. เอากล่องกระดาษเปล่าวางบนพื้น ซ่อนขนมไว้ข้างๆ หรือใต้กล่อง

2. ปล่อยให้หมาเข้าหาและสำรวจเอง ไม่บังคับ ไม่ชี้

3. ทำซ้ำกับของแปลกใหม่ชิ้นอื่นทุกสองสามวัน — กระดาษฟอยล์ ถาดอบขนม ร่ม กระเป๋าเดินทาง

ถ้าหมายังไม่กล้าเข้าหา วางขนมให้ห่างออกไปก่อน แล้วค่อยลดระยะห่างทีละนิดตามที่หมาพร้อม หมาสร้างคลังประสบการณ์ว่าของแปลกที่ไม่รู้จักมักจะมีของดีอยู่ด้วย เมื่อเจอสิ่งแปลกใหม่ในโลกจริง สมองจะดึงคลังนี้มาใช้ก่อน

DMT — เทคนิคหลักในโลกจริง

DMT ย่อมาจาก Distract, Mark, Treat เป็นวิธีที่ใช้ได้ทันทีระหว่างพาหมาเดิน

1. รอให้หมาสังเกตเห็นสิ่งกระตุ้น (มอเตอร์ไซค์ หมาตัวอื่น คนแปลกหน้า) ก่อนที่จะมีปฏิกิริยา

2. Mark ทันที — กดคลิกเกอร์หรือพูดว่า “ดี”

3. ให้ขนม

ไม่ต้องรอให้หมานิ่งก่อน จุดสำคัญคือการจับช่วงที่หมา “เห็น” แล้วให้รางวัลกับการสังเกต ทำซ้ำจนหมาเริ่มเชื่อมโยงว่า “เห็นสิ่งนั้น = ของดีจากเจ้าของ” ปฏิกิริยาจะค่อยๆ เบาลงเอง

ทำไมฝึกแล้วบางทียังไม่ดีขึ้น

Optimism ไม่ได้เป็นสิ่งที่เราสร้างจากศูนย์โดยตรง มันมีสิ่งที่เรียกว่า “ประตู” ที่ต้องเปิดก่อน หมาถึงจะเริ่มเปิดใจมองโลกใหม่ ถ้าประตูปิดอยู่ การฝึกจะทำได้น้อยมากหรือไม่ได้ผลเลย

ประตูที่ 1: ความเจ็บปวด

งานวิจัยจาก 6 คลินิกพฤติกรรมสัตว์พบว่าปัญหาพฤติกรรม 28–82% มีความเจ็บปวดเป็นส่วนหนึ่ง หมาที่ปวดข้อ ปวดหลัง หรือมีปัญหาทางกายที่ไม่แสดงออกชัดๆ จะดูเหมือน “กลัวง่าย” อาจจริงๆ คือ “เจ็บอยู่” ก่อนเริ่มฝึก Optimism ใดๆ ควรตรวจสุขภาพกายก่อนเสมอครับ

ประตูที่ 2: การนอนหลับ

งานวิจัยจากบูดาเปสต์แสดงให้เห็นว่าการนอนหลับมีผลโดยตรงต่อการประมวลผลอารมณ์ของหมา หมาที่นอนพักผ่อนไม่เพียงพอหรือถูกรบกวนการนอนจะมีความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด และสิ่งที่หมาเรียนรู้ระหว่างวันจะถูกรวบรวมและจัดเก็บระหว่างนอนหลับด้วย ถ้าหมาฝึก Optimism แล้วนอนไม่หลับ การฝึกนั้นจะไม่ได้รับการบันทึกในระยะยาว

ประตูที่ 3: ความเครียดของเจ้าของ

งานวิจัยล่าสุดพบว่าหมาสามารถรับรู้สารเคมีที่หลั่งออกมาจากร่างกายเราเมื่อเราเครียดได้จริงๆ และเมื่อหมาได้รับสารเคมีเหล่านั้น ผลที่เกิดขึ้นคือหมามองโลกในแง่ร้ายมากขึ้น โดยหมาไม่ใช่แค่ “รับรู้ได้ว่าเจ้าของไม่สบายใจ” แต่คือสารเคมีจากความเครียดของเราเดินทางเข้าสู่ระบบรับกลิ่นของหมาและเปลี่ยนวิธีที่หมาตีความโลกในขณะนั้น

นอกจากนี้ งานวิจัยที่วัดระดับคอร์ติซอลในเส้นผมยังพบว่าระดับความเครียดระยะยาวของหมาและเจ้าของนั้นสัมพันธ์กันโดยตรง — หมาที่อยู่กับเจ้าของที่เครียดเรื้อรังจะมีระดับฮอร์โมนความเครียดพื้นฐานสูงกว่า โดยที่ไม่ได้เป็นเพราะหมาเองมีปัญหา

พูดอีกแบบคือ ถ้าเราเดินพาหมาออกกำลังกายด้วยความกังวลว่าหมาจะเห่า หมาก็จะรับสารนั้นตลอดการเดิน และการฝึก Optimism ที่เราพยายามสร้างจะสู้กับสัญญาณความเครียดที่เราส่งไปพร้อมกันไม่ได้ครับ

ใช้เวลานานแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับว่าประตูทั้งหมดเปิดอยู่หรือเปล่า แต่ในภาพรวม การเปลี่ยน Mindset ของหมาผู้ใหญ่ที่มีรูปแบบมองโลกในแง่ร้ายมานาน มักจะเริ่มเห็นผลได้ภายใน 2 สัปดาห์ และในบางกรณีอาจจะใช้ประมาณ 3 เดือน

งานวิจัยจาก ASPCA ที่ติดตามหมา 441 ตัวที่มีความกลัวระดับรุนแรง (ส่วนใหญ่มาจากฟาร์มผสมพันธุ์และสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลน) พบว่า 86% ฟื้นฟูได้สำเร็จและพร้อมสำหรับการรับเลี้ยงภายในเวลาเฉลี่ย 96 วัน

สำหรับหมาที่อยู่ในบ้านปกติและมีปัญหาในระดับที่เจ้าของทั่วไปเจอ ผลลัพธ์จะมาเร็วกว่า แต่ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความเข้มข้น การฝึก 5 นาทีทุกวันได้ผลมากกว่าฝึกหนักชั่วโมงหนึ่งในวันเสาร์ครับ

เปลี่ยนวิธีมองหมา ก่อนเปลี่ยนพฤติกรรมหมา

Optimism ไม่ใช่ทักษะที่ฝึกแล้วเสร็จ แต่คือการสะสมประสบการณ์ที่ทำให้หมาเรียนรู้ว่าโลกใบนี้ปลอดภัยพอที่จะไม่ต้องระวังตลอดเวลา

สิ่งที่เจ้าของทำได้ทันทีไม่ใช่การหาเกมพิเศษหรือเซสชั่นฝึกพิเศษ แต่คือการเปลี่ยนวิธีมองพฤติกรรมที่เห็นอยู่ทุกวัน หมาที่เห่ามอเตอร์ไซค์กำลังบอกว่า “ฉันยังไม่แน่ใจว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ดี” ไม่ใช่ความดื้อหรือท้าทาย

เมื่อเราเข้าใจจุดนั้น วิธีที่เราตอบสนองก็จะเปลี่ยนตาม และนั่นคือจุดเริ่มต้นจริงๆ ของการสร้างหมาที่มองโลกในแง่ดีครับ

Avatar

Nattawut Hansuwat

ที่ Dogology เราฝึกหมาเพื่อการใช้ชีวิตร่วมกัน ฝึกโดยคนที่รักหมา ด้วยวิธีการฝึกที่สนุก และอิงหลักวิทยาศาสตร์

Next step

เริ่มต้นจากการเข้าใจหมาของเรา

สำรวจ 16 Mindset ของหมากับได้ฟรี หรือเริ่มเรียนรู้พื้นฐานกับคอร์ส Dogology 101