Table of Contents

ทำไมออกนอกบ้านแล้วไม่กินขนม ? ออกจากบ้านแล้วไม่เล่นด้วย ไม่เอาอะไรเลย ? เป็นคำถามที่ผมในฐานะครูฝึกเจอบ่อย และมักจะตามมาด้วยคำถามที่ว่าถ้าออกนอกบ้านแล้วไม่กินขนม ไม่สนใจเล่น “แล้วจะฝึกยังไง ?” วันนี้เรามาดูกันครับ

ทำไมออกจากบ้านแล้วไม่กิน ?

หมา มนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ โดยคร่าว ๆ แล้วมีสมองสองส่วนที่ทำงานควบคู่กันเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ 

  1. สมองส่วนความคิด (Thinking Brain):
    เป็นสมองที่มีสติส่วนใหญ่เวลาใจเย็น สงบ เป็นสมองที่ใช้สำหรับการเรียนรู้ แก้ปัญหา และการสร้างสรรค์
  2. สมองส่วนตอบสนอง (Reacting Brain):
    สมองส่วนสัญชาติญาณ (Limbic System) ซึ่งเน้นการทำงานรวดเร็วและเป็นอัตโนมัติ จะเข้าควบคุมทันทีเมื่อสุนัขเจอสถานการณ์ที่ น่าตื่นเต้นสุด, น่ากลัว, หรือรู้สึกว่าถูกคุกคาม ในโหมดนี้ หมาจะไม่ได้ “คิด” แต่เขาจะ “ตอบสนอง” ทันทีเพื่อเอาตัวรอด

ในบ้านที่สงบหมาใช้สมองส่วนความคิดเป็นหลักได้ แต่หลายตัวออกนอกบ้านที่เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้น ระดับความตื่นตัว (Arousal) ของหมาจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สมองเขาจะตีความว่ามี “วิกฤติ” เกิดขึ้น และทำการ “สับสวิตช์ฉุกเฉิน” ทันที

เมื่อสมองสับสวิทซ์สมองส่วนตอบสนอง (Reacting Brain) จะเข้ามายึดอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเพื่อจัดการกับวิกฤตินั้นด้วยการตอบสนองที่ฉับไว ในระหว่างนี้สมองส่วนความคิดจะไม่สามารถคิด และตัดสินใจใดๆ ได้ จนกว่าวิกฤติจะผ่านพ้นไป

ในขณะที่สุนัขอยู่ในโหมดตอบสนอง (Reacting Brain) หมา “ไม่สามารถ” ประมวลผลคำสั่งที่ซับซ้อนหรือใช้เหตุผลเพื่อควบคุมตัวเองได้ มันไม่ใช่ว่าเขา “ไม่อยากฟัง” หรือ “ตั้งใจดื้อ” แต่สมองส่วนที่ใช้ในการรับฟังและตัดสินใจนั้นถูกตัดการเชื่อมต่อไปชั่วคราว

เมื่อเราเข้าใจแล้วว่าสภาพแวดล้อมนอกบ้าน สำหรับหมานั้นรู้สักเหมือนอยู่ในสนามรบที่ต้องเอาตัวรอด เราจะไม่แปลกใจที่ในสภาวะเหล่านี้ ความอยากอาหาร  การเล่น และกิจกรรมใด ๆ ที่ไม่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอดขณะนั้นเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในหัวหมาเลยสักนิดเดียว

ถ้าออกนอกบ้านแล้วไม่เอาอะไรเลยจะฝึกยังไง ?

เรามักจะพยายามฝึกหมาเวลาที่มีปัญหาเกิดขึ้นตรงหน้า เช่น หมากำลังกระชากสายจูง ก็เริ่มฝึกนั่ง หรือฝึก heels หรือเวลาหมากำลังตื่นเต้นก็พยายามฝึกให้เขานั่งด้วยการคอย การฝึกแบบนี้เราเรียกว่า “การฝึกในสถานการณ์” (Training IN the situation) ซึ่งมักจะไม่ได้ผล และอาจสร้างปัญหาเพิ่ม

เรามักจะพยายามฝึกหมาเวลาที่มีปัญหาเกิดขึ้นตรงหน้า เช่น หมากำลังกระชากสายจูง ก็เริ่มฝึกนั่ง หรือฝึก heels หรือเวลาหมากำลังตื่นเต้นก็พยายามฝึกให้เขานั่งด้วยการคอย การฝึกแบบหน้างานแบบนี้มักจะไม่ได้ผล และอาจสร้างปัญหาเพิ่ม

ทำไม “การฝึกในสถานการณ์” ถึงมักไม่ได้ผล ?

แน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องการจากการฝึกใด ๆ คือการนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ แต่การพาหมาออกไปฝึกในสถานการณ์จริงตอนที่เขาไม่พร้อมนั้นไม่ต่างจากการพยายามสอนคนที่กำลังจมน้ำให้ว่ายน้ำ มันไม่ใช่เวลาเพราะด้วยหลายเหตุผล:

  1. หมาไม่พร้อมเรียนรู้: ในสภาวะที่สุนัขกำลังตึงเครียด ตื่นเต้น หรือหวาดกลัว (เช่น เมื่อดึงสายจูงอย่างแรง หรือเมื่อเจอสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ตื่นเต้นหรือก้าวร้าวไปแล้ว) สมองของเขาจะไม่เปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เขาขาดความสงบ สมาธิ หรือสภาวะอารมณ์ที่ดีในสภาพแวดล้อมนั้น เหมือนคนกำลังจะจมน้ำที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด แน่นอนว่าเขาไม่มีสติหรือสมาธิจะมาเรียนรู้วิธีว่ายน้ำที่ถูกต้องได้
  2. เน้นแค่พฤติกรรม: การฝึกในสถานการณ์จริงนั้นมักเน้นให้หมาทำพฤติกรรมที่เราอยากให้เขาทำในหน้างาน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเป้าหมายที่ทุกคนต้องการ แต่การพยายามฝืนให้หมาทำในสภาวะที่หมาไม่พร้อมนั้นแม้สุดท้ายหมาจะทำให้ แต่ไม่ได้มีการเรียนรู้เกิดขึ้น หมายความว่าให้ทำซ้ำใหม่ก็ไม่ได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ใช่สภาวะที่หมาจะเข้าใจและเรียนรู้ได้
  3. อาจกลายเป็นการบังคับโดยไม่ตั้งใจ: แม้จะใช้รางวัล (เช่น ขนม) แต่ถ้าหมายังไม่มีทักษะหรือความพร้อมทางอารมณ์ที่จะรับมือกับสถานการณ์นั้น การให้รางวัลเพื่อให้เขา “ทนอยู่” หรือ “ทำตาม” ก็อาจไม่ต่างจากการบังคับให้เขาเผชิญสิ่งที่เขายังไม่พร้อม ซึ่งในสถานการณ์นั้นเขาอาจจะไม่ยอมกินด้วยซ้ำ ทั้งหมดนี้จะสร้างความขัดแย้งภายในใจสุนัข และอาจทำลายความไว้วางใจได้ด้วย
  4. สร้างความเครียดให้ทั้งคนและหมา: การพยายามควบคุมหมาในสถานการณ์ที่ยากลำบากเป็นเรื่องที่ตึงเครียดมากสำหรับทั้งสองฝ่ายมักจะพาให้เราอารมณ์เสียและเผลอใช้วิธีที่รุนแรงกับหมาไปเพราะ “มันดื้อ” โดยความเป็นจริงคือหมาเรากำลังเครียด และไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง

การฝึกเพื่อพร้อมรับสถานการณ์

คนบางคนอาจจะเรียนว่ายน้ำในสระได้เลย แต่บางคนอาจจะต้องฝึกท่าบนบกก่อน แล้วจึงค่อยลงสระ เมื่อว่ายในสระคล่องแล้วค่อยลงทะเล และหมาเองก็เช่นกัน ก่อนที่จะเอาเขาเข้าสู่สถานการณ์จริง เราต้องเตรียมทักษะการรับมือให้กับเขาก่อน และสอนทุกอย่างที่เขาควรทำเวลาที่สถานการณ์จริงมาถึง โดยหลักการสำคัญ 3 อย่างคือ:

  • พัฒนาทักษะพื้นฐาน: วิเคราะห์ถึงทักษะที่จำเป็นในการรับมือกับสถานการณ์นั้นที่หมาเรากำลังขาดอยู่ เช่น ขาดความสงบ, ขาดการโฟกัส, ไม่ชอบอยู่ใกล้เจ้าของ หรือหวาดระแวงกับสิ่งรอบตัวอย่าง ทักษะพวกนี้คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เขารับมือกับโลกภายนอกได้โดยไม่เตลิด ซึ่งมาก่อนพฤติกรรมใด ๆ ที่เราจะขอให้เขาทำในสถานการณ์จริง
  • ฝึกในบ้านก่อน: เริ่มต้นฝึกฝนทักษะเหล่านี้ในบ้าน เพราะเป็นสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย ปราศจากแรงกดดัน ทำให้สุนัขเรียนรู้ได้ดีและสนุกสนาน
  • ทำให้การฝึกเป็นการเล่น  หัวใจสำคัญของ “การฝึกเพื่อสถานการณ์” คือการใช้การเล่นอย่างมีกติกาโดยการใช้แทรกคำสั่งให้เป็นส่วนหนึ่งของการเล่นระหว่างคนกับหมา เช่น การเล่นชักเย่อ โดยบอกให้หมา “นั่ง” รอก่อนเล่น “เอาไป” เล่นดึงกันก่อนจะบอก “ปล่อย” และเริ่มใหม่ การเล่นแบบนี้เป็นการปรับมุมมองที่หมามองโลก และช่วยให้การรับมือกับสถานการณ์จริงจะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก

ตัวอย่าง: การเดินสายจูง

  • 🚶‍♂️ การฝึก ‘ในสถานการณ์’ : คือการพาน้องออกไปเดินนอกบ้าน แล้วเมื่อเขาเริ่มดึงสายจูง เจ้าของก็พยายามกระตุกสายจูง พูดว่า “ไม่!” หรือพยายามเอาขนมมาล่อ ในขณะที่สุนัขกำลังสนใจสิ่งเร้าภายนอกและดึงสุดแรง หรือพยายามดึงให้สุนัขสงบเมื่อเจอสุนัขตัวอื่นบนถนน ผลลัพธ์คือสุนัขอาจหยุดดึงหรือสงบลงชั่วคราว แต่ไม่นานก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม เพราะต้นเหตุของปัญหา (ความตื่นเต้น, การไม่รู้จักควบคุมตัวเอง, การให้ค่าสิ่งแวดล้อมมากกว่าเจ้าของ หรือความกังวลต่อสุนัขอื่น) ยังไม่ถูกแก้ไข ทำให้ทั้งคนทั้งหมาต่างก็เครียด
  • 🏡 การฝึก ‘เพื่อสถานการณ์’ : คือการสร้างทักษะที่จำเป็น ก่อน ที่จะไปเผชิญสถานการณ์จริงในการเดินนอกบ้าน เช่น:
    • เริ่มฝึกจากในบ้านหรือบริเวณที่ไม่มีสิ่งรบกวน:
      • ฝึกกิจกรรมที่สร้างสมาธิและความสนใจในตัวเจ้าของ (เช่น ฝึกมองหน้า , ฝึกเรียกชื่อแล้วให้รางวัล)
      • เล่นกิจกรรมที่ให้รางวัลกับการที่สุนัขเลือกที่จะอยู่ใกล้หรือหันมาสนใจเจ้าของ
      • ฝึกการเดินใกล้ ๆ โดยไม่ต้องใช้สายจูงให้รางวัลทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้เรา
      • สร้างความรู้สึกที่ดีกับปลอกคอและสายจูง ทำให้การสวมใส่เป็นเรื่องปกติ
      • สอนพฤติกรรมที่ช่วยเรื่องความสงบและการควบคุมตนเอง (เช่น การรอ, การนั่งนิ่งๆ)
      • หากมีปัญหาเรื่องปฏิกิริยาต่อสุนัขอื่น ก็อาจเริ่มจากการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อการเห็นสุนัขอื่นในระยะไกลมากๆ ที่สุนัขยังรู้สึกปลอดภัย
  • ค่อยๆ เพิ่มสิ่งรบกวน: เมื่อทักษะพื้นฐานแข็งแรงดีแล้วในที่เงียบๆ ค่อยๆ เพิ่มระดับสิ่งรบกวนทีละน้อย เช่น ลองเดินในซอยที่เงียบกว่าก่อนไปถนนใหญ่
  • สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ หมาจะ เลือก ที่จะเดินดีๆ ข้างเจ้าของ หรือมีปฏิกิริยาต่อสิ่งรอบตัวอย่างเหมาะสมขึ้น เพราะได้เรียนรู้ทักษะ มีสมาธิ เห็นคุณค่าในการเดินร่วมกับเจ้าของ และมีทัศนคติที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะถูกบังคับในสถานการณ์นั้นๆ

ฝึกหมายังไงได้ผลจริง

แทนที่จะถามว่า: “ทำยังไงให้หมาหยุดพฤติกรรม X ในสถานการณ์นี้?”

ลองเปลี่ยนมาถามว่า: “เตรียมหมายังไงให้เขา สามารถรับมือได้ เมื่อต้องเจอสถานการณ์นี้?”