ปัญหาที่ทำเจ้าของน้ำตาไหลกันมาเยอะคือการโดนลูกหมากัด เพราะนอกจากจะเจ็บตัวแล้ว ก็เสียใจด้วย และก็กังวลว่าเขาจะเป็นหมาดุหรือเปล่า เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เจ้าของหลายคนต้องอยู่ในสภาวะซึมเศร้าจากการเลี้ยงหมา (Puppy Blues) มาแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูวิธีรับมือกับเจ้าหมาวัยฉลามบกกันครับ
ธรรมชาติของหมาเด็กนั้นชอบกัด
ธรรมชาติออกแบบฟันน้ำนมหมาให้คมกว่าฟันแท้ด้วยหลาย ๆ เหตุผล อย่างแรกคือฟันน้ำนมคม ๆ ทำให้แม่หมาไม่อยากให้นมลูกนานเกินไป เป็นสัญญาณธรรมชาติว่าถึงเวลาหย่านมแม่แล้ว อีกเหตุผลคือด้วยความที่ลูกหมานั้นร่างกายยังอ่อนแอ ไม่ค่อยมีแรงกัด ฟันคม ๆ จะช่วยให้เขาสามารถฉีกหรือจัดการกับอาหารชิ้นเล็กๆ (ที่เริ่มหัดกินหลังหย่านม) ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องใช้แรงมาก
นอกจากนั้นแล้วฟันคม ๆ นี้คือเครื่องมือหลักในการที่หมาเด็กจะใช้สำรวจโลกไปด้วย เช่นเดียวกับการที่มนุษย์เด็กเราชอบจับนู่นจับนี่ หมาเด็กที่ไม่มีมือจึงใช้ปากและฟันเป็นวิธีหลักในการสัมผัส เรียนรู้ และทำความเข้าใจกับโลกภายนอก โดยระหว่างที่เขาใช้ฟันสำรวจอะไร ๆ เขาก็เรียนรู้ไปในตัวว่าอันไหนกัดได้หรือไม่ได้ รวมถึงกัดแต่ละอย่างต้องใช้แรงเท่าไหร่ และที่สำคัญคือหัดควบคุมแรงกัด (Bite Inhibition) ไปในตัวเวลาเล่นกับพี่น้องคอกเดียวกันหรือหมาตัวอื่น
หมาเด็กชอบกัดด้วย 2 เหตุผลใหญ่ ๆ
การกัดเล่น (Play-biting)
เริ่มตั้งแต่ยังเล็ก และมักจะค่อยๆ ลดลงและหยุดที่ประมาณ 6 เดือน แต่ในบางกรณีอาจนานถึง 1 ขวบ โดยธรรมชาติแล้วหมาเด็กเล่นกับพี่น้องและหมาตัวอื่นด้วยการใช้ปากงับกัน
การกัดเล่นนี้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเรียนรู้ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม พวกเขาจะเรียนรู้ว่ากัดแรงแค่ไหนเพื่อนถึงจะเจ็บและหยุดเล่นด้วย ซึ่งเป็นการสอนเรื่องการควบคุมแรงกัดโดยธรรมชาติ และเรียนรู้ภาษากายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเล่นและการยอมแพ้
หมากำลังผลัดฟัน (Teething)
เริ่มตอน 3-4 เดือน จนฟันแท้ขึ้นครบที่ประมาณ 6 เดือน) หมาเด็กจะเริ่มใช้ปากสำรวจและกัดแทะสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ฟันน้ำนมเริ่มขึ้น แต่จะสังเกตเห็นว่าอาการกัดแทะรุนแรงขึ้นในช่วงอายุประมาณ 3 เดือนเป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฟันน้ำนมของเขากำลังจะหลุด และฟันแท้กำลังทยอยขึ้น
ถ้าใครพอจำได้ตอนเด็กๆ ที่ฟันเรากำลังจะขึ้นหรือจะหลุดก็จะมีอาการคันเหงือกไม่สบายตัวเหมือนกัน กระบวนการนี้ค่อนข้างทำให้ลูกหมาไม่สบายเหงือก อาจมีอาการเจ็บปวดหรือระคายเคือง นั่นทำให้ลูกหมาหลายตัวมองหาอะไรมากัดแทะเพื่อบรรเทาความรู้สึกไม่สบายเหล่านี้ รวมถึงความไม่สบายตัวอาจทำให้เขาอารมณ์ไม่คงที่และเล่นแรงกว่าเดิมได้ ทำให้ช่วงนี้คือช่วงที่พีคที่สุดของการกัดแทะสิ่งของและอาจจะรวมถึงมือเท้าของเราด้วย
ห้ามยาก แต่จะหยุดไปเองตอนประมาณ 6 เดือน
ข่าวร้ายและข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องการกัดของหมาเด็กคือเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องฝึกให้เลิกเพราะเป็นส่วนสำคัญของพัฒนาการ นอกจากนั้นแล้วถึงจะพยายามฝึกก็จะทำได้ยาก แต่ข่าวดีคือปัญหานี้จะหายไปเองตอนหมาอายุประมาณ 6 เดือน ใกล้ ๆ ช่วงเดียวกันกับที่ฟันแท้เขาขึ้นครบ แต่ในบางกรณีอาจจะช้าถึง 1 ปี
จะโตไปเป็นหมาดุไหม ?
เป็นหนึ่งในคำถามที่เจ้าของหลายคนกังวลใจเวลาที่ลูกหมาเรากัด คำตอบคือ โดยทั่วไปแล้ว การที่ลูกหมากัดเล่นในช่วงวัยนี้ ไม่ได้เป็นสัญญาณว่าเขาจะโตไปเป็นหมาดุหรือก้าวร้าว เพราะการงับเล่น (Play biting) และการกัดแทะสิ่งของในช่วงคันฟันเป็นพฤติกรรมที่ปกติอย่างยิ่งสำหรับพัฒนาการของลูกสุนัข มันแตกต่างจากการกัดแบบก้าวร้าว (Aggressive biting) ซึ่งจะมีภาษากายและเจตนาที่ต่างกันอย่างชัดเจน เช่น การขู่ แยกเขี้ยว ตัวแข็งทื่อ หรือกัดด้วยความกลัว
อย่างไรก็ตาม แม้การกัดเล่นจะไม่ใช่ความก้าวร้าว แต่การที่ลูกหมาไม่ได้รับการสอนเรื่องการควบคุมแรงกัด (Bite Inhibition) อย่างเหมาะสมในช่วงวัยนี้ หรือไม่ได้รับการเข้าสังคมที่ดีพอ ก็อาจส่งผลให้เขามีปัญหาในการควบคุมแรงกัดเมื่อโตขึ้นได้ หรืออาจใช้การกัดเป็นวิธีเรียกร้องความสนใจที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การจัดการกับการกัดเล่นของลูกหมาอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญเช่นกันครับ
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อไหร่?
หากการกัดของลูกหมาดูรุนแรงผิดปกติ มีอาการขู่คำรามให้ได้ยิน หรือหมานิ่งตัวแข็งก่อนจะกัด หรือคุณรู้สึกไม่มั่นใจในการรับมือ ควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้ฝึกสุนัขที่มีความรู้ความเข้าใจในพฤติกรรมสุนัขครับ
การเอาตัวรอดในระหว่างนี้

แม้ว่าพฤติกรรมการกัดเล่นจะค่อยๆ ลดลงไปเองตามวัย แต่ระหว่างนั้นเราที่อยู่กับเขาก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้ด้วยการจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อลดการโดนกัดให้กับตัวเราเอง ฝึกความสงบเพื่อให้ฉลามบกเขาไม่คันฟันบ่อยเกินไป และที่สำคัญคือช่วงเวลานี้เป็นโอกาสทองที่เราจะสอนเรื่อง “การควบคุมแรงกัด” ไปในตัว
1. ลดโอกาสการโดนกัด:
- เล่นให้เพียงพอ: เน้นการเล่นอย่างมีกติกา โดยเฉพาะการเล่นชักเย่อโดยมีกติกาว่าถ้าฟันโดนมือให้หยุดเล่นทันที เล่นบ่อย ๆ นอกจากจะสนุกแล้วยังทำให้หมาระวังมือเราเป็นพิเศษด้วย หรือการโยนของให้ไปคาบ เพื่อให้หมาสนุกเพียงพอในแต่ละวัน และพยายามจะเล่นน้อยลง
- เป็นฝ่ายชวนหมาเล่น: ไม่ว่าเราจะชวนหรือไม่ หมาจะก็เล่นอยู่ดี แต่ถ้าเราไม่ชวนเขาเล่น เขาจะชวนเราด้วยการเข้ามางับ ดังนั้นการชวนเขาเล่นก่อนจึงปลอดภัยกับผิวหนังเรามากกว่า และเรายังเลือกได้ด้วยว่าจะเล่นอะไร ซึ่งควรเป็นการเล่นอย่างมีกติกา เช่น เล่นชักเย่อ
- ถ้าเขาชวนเล่น ให้เปลี่ยนเกมส์: แน่นอนว่ามีกรณีที่เราชวนเขาเล่นไม่ทัน และเขาเข้ามาเริ่มชวนงับแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่อยากเล่นเกมส์นี้ครับ ดังนั้นเวลาที่ลูกหมาเริ่มจะงับมือหรือขาเราเพื่อชวนเล่น อย่าเพิ่งตอบสนอง แต่บอกให้เขานั่ง หรือหมอบรอ และไปหยิบของเล่น เช่น เชือกชักเย่อ ไม้ตกหมา (flirt pole) หรือลูกบอลมาเล่นกับเขาแทน
- นั่งระดับเดียวกันจะเล่นแรงได้ง่ายขึ้น: การนั่งลงไปเล่นกับเขาที่พื้น อาจจะกระตุ้นให้เขาเล่นแรงและงับเราได้ง่ายขึ้น เพราะเขาจะมีเป้าให้กัดเยอะขึ้น และกัดง่ายขึ้น ช่วงวัยเด็กนี้หากต้องการลดการโดนกัด ลองเล่นกับเขาจากบนเก้าอี้หรือยืนเล่น อาจจะช่วยให้เราควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้นและปลอดภัยกว่า
- ให้ของเล่นแทะ โดยเฉพาะอันที่เย็นๆ: แตงกวาแช่แข็งเป็นอาหารที่พลังงานต่ำสามารถให้ได้บ่อย หรือของเล่นยางสำหรับสุนัขที่สามารถนำไปแช่เย็นได้ จะช่วยบรรเทาอาการคันเหงือกที่เกิดจากการผลัดฟันได้ดีมาก และลดโอกาสการกัดแทะจากการเจ็บฟัน
- อย่าออกกำลังกายเยอะไป และให้นอนให้พอ!: ลูกหมาต้องการการนอนมากกว่าที่เขาแสดงออก เขาต้องการการนอนประมาณ 18-20 ชั่วโมงต่อวัน แต่จะเล่นไม่ยอมหยุด เหนื่อยไม่รู้ตัว และไม่ค่อยยอมนอน
ลูกหมาที่ออกกำลังกายมากเกินไป (Over-exercise) หรืออดนอน ในช่วงที่เหนื่อยหรือเพลียมากๆ เขาจะพยายามฝืนตัวเอง ทำให้ยิ่งคึกคึกผิดปกติ หงุดหงิดง่าย และมีพลังทำลายล้างสูงกว่าเดิม การกัดก็จะรุนแรงขึ้นด้วย ดังนั้นออกกำลังกายลูกหมาแต่พอเหมาะ และให้เข้านอนให้เพียงพอ
2. ฝึกการควบคุมแรงกัด (Bite Inhibition):
หนึ่งในเรื่องสำคัญของการสอนลูกหมาในช่วงวัยนี้ครับ เป้าหมายไม่ใช่การ “ห้าม” ไม่ให้เขาใช้ปากเลย (ซึ่งฝืนธรรมชาติหมา) แต่เป็นการสอนให้เขารู้จักการควบคุมแรงกัด ไม่ให้แรงจนเกิดอันตรายหรือทำให้เราเจ็บ การที่สุนัขโตขึ้นมาแล้วมีการควบคุมแรงกัดที่ดีนั้นแม้ในอนาคตเขาอาจจะเผลอใช้งับด้วยความตกใจหรือในสถานการณ์คับขัน การควบคุมแรงกัดที่ดีจะช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้
วิธีการสอนหมาเด็กควบคุมแรงกัด:
การฝึกควบคุมแรงกัดนี้ใช้ได้เฉพาะกับกรณีที่ยังเป็นลูกหมาอายุไม่เกิน 1 ขวบที่ยังกัดเล่นอยู่เท่านั้น ในการจัดการกับการกัดของหมาโตนั้นไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ และอาจเกิดอันตรายได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการจัดการกับการกัดของหมาโต
เมื่อลูกหมาเล่นกับพี่น้องหรือหมาตัวอื่น ถ้าตัวหนึ่งกัดอีกตัวแรงเกินไป ลูกหมาที่ถูกกัดจะร้องเสียงแหลม และอาจจะหยุดเล่นหรือเดินหนีไปเลย นี่เป็นการส่งสัญญาณให้น้องหมาตัวที่กัดรู้ว่า “กัดแรงไปนะ ถ้าอยากเล่นต่อต้องเบาๆ กว่านี้” ซึ่งเราสามารถใช้พฤติกรรมธรรมชาตินี้ในการฝึกได้ครับ
แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเราต้องร้องเหมือนลูกหมานะครับ ยังเขาก็รู้ว่าเราไม่ใช่หมาอยู่ดี แต่เราจำลองพฤติกรรมนี้โดยการ “หยุดเล่น” เพื่อสื่อสารแทนได้ โดยหลักการดังนี้ครับ
- หยุดเล่นทันที: เมื่อลูกหมากัดเราแรงให้เราหยุดการเล่นทุกอย่างทันทีทันใด ชักมือกลับ กอดอก หรือลุกขึ้นยืนนิ่งๆ ไม่สบตา ไม่พูดอะไรกับเขาประมาณ 10-30 วินาที หรือจนกว่าเขาจะสงบลง แค่นี้ก็เพียงพอที่จะสอนให้หมาค่อยๆ เข้าใจว่าถ้ากัดเรา การเล่นสนุกๆ จะจบลงทันที จากนั้นเมื่อเขาดูสงบลงแล้วค่อยเริ่มเล่นใหม่
- ถ้าหมาตื้อไม่หยุด: ถ้าเราหยุดเล่นแล้วแต่ลูกหมายังพยายามจะเข้ามางับหรือกระโดดใส่ไม่เลิก ให้เราเป็นฝ่ายเดินออกจากห้องหรือพื้นที่นั้นไปเลย ให้เขารู้ว่าถ้ากัดแรงเราจะไม่เล่นด้วย
- ร้องโอ๊ยดัง ๆ ได้ไหม ? : บางท่านอาจจะเคยเห็นคำแนะนำให้เราร้อง “โอ๊ย” เวลาที่หมากัดเราเจ็บ ซึ่งวิธีนี้จริง ๆ จากประสบการณ์แล้วผลลัพท์มักจะเอาแน่เอานอนไม่ได้ครับ สาเหตุหนึ่งมาจากเหตุผลที่ทำให้หมาหยุดคือการที่เขาตกใจกับเสียงของเรามากกว่าความเข้าใจว่าเรากำลังเจ็บ และอีกสาเหตุที่ไม่ค่อยเวิร์คคือเสียงดัง ๆ สำหรับลูกหมาส่วนใหญ่นั้นเป็นการกระตุ้นให้เขาตื่นเต้นกว่าเดิม และยิ่งกัดกว่าเดิมด้วย
- อย่าท้อ: การฝึกควบคุมแรงกัดต้องใช้เวลาและความอดทน บางครั้งอาจจะรู้สึกเหมือนไม่ได้ผลเลยโดยเฉพาะเวลาที่เขากัดเจ็บมาก ๆ แต่อย่าเพิ่งท้อนะครับ
3. ฝึกความสงบ (Calmness):
การฝึกให้ลูกหมาเรียนรู้ที่จะสงบ และชอบที่จะสงบนั้นสำคัญมาก ๆ ในช่วงนี้ เพราะจะช่วยให้เขาเรียนรู้ที่จะชอบการอยู่นิ่ง ๆ การนอน การพักผ่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่หมาเด็กที่ห่วงเล่นมาก ๆ ไม่ค่อยทำ การฝึกความสงบจะช่วยให้เขาใช้เวลาว่างไปกับการนอนมากขึ้นซึ่งสำคัญกับฉลามบกที่ต้องการการนอนเยอะแต่ห่วงเล่นมาก ๆ
- ให้รางวัลเมื่อสงบเอง: สังเกตช่วงเวลาที่ลูกหมาของคุณอยู่นิ่งๆ หรือนอนพักผ่อนอย่างสงบด้วยตัวเอง ให้รางวัลเขาด้วยคำชมเบาๆ หรือค่อยๆ วางอาหารลงตรงหน้าโดยระวังไม่ให้เขาตื่นเต้น การทำเช่นนี้จะช่วยให้เขารู้ว่าพฤติกรรมสงบเป็นสิ่งที่เราสนับสนุน
- ฝึกนอน/หมอบ/down”: สอนคำสั่งพื้นฐานเช่น “หมอบ/นอน/down” และค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาในการหมอบคอย โดยให้รางวัลเป็นระยะ การฝึกให้เขาสามารถอยู่นิ่งๆ ได้ จะช่วยปรับ mindset ให้เขาชอบอยู่นิ่ง ๆ มากขึ้นโดยรวม
- ฝึกบนเบาะ/ที่นอน (Place Training): การสอนให้ลูกหมาไปนอนรอที่เบาะของตัวเอง และรู้สึกผ่อนคลายเมื่ออยู่ที่นั่น เป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและสอนให้เขารู้จักการรอคอยอย่างสงบ
- ของเล่นแทะ และของเล่นใส่อาหาร: การแทะและการเลียนั้นคือพฤติกรรมที่สงบ การให้ของเล่นแทะให้เขาติด หรือใช้ของเล่นใส่อาหารแบบที่กระตุ้นให้เขาเลียให้เขาเล่นบ่อย ๆ จะช่วยให้สภาวะจิตใจโดยรวมของเขานิ่งขึ้นและใจเย็นลง
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝึก Mindset ให้หมา
ปัญหาหมาเด็กชอบกัด
- การกัดเล่นเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติ และเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาการของลูกหมา ไม่ควรมุ่งเน้นที่จะ “ฝึกให้หยุดกัด” อย่างสิ้นเชิงในทันที หรือลงโทษอย่างรุนแรง เพราะอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการและความมั่นใจของเขาได้
- เป้าหมายที่สำคัญกว่าคือ การสอนให้เขารู้จักควบคุมแรงกัด (Bite Inhibition) และเรียนรู้ว่าการกัดผิวหนังมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แม้แต่ในการเล่น
- การกัดของหมาเด็กนี้จะหยุดไปเองตอนอายุประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
- ระหว่างนี้ที่เราควรทำคือ บริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อลดโอกาสที่เขาจะกัดเรา ฝึกการควบคุมแรงกัด และฝึกความสงบ
- การให้ลูกหมาได้เล่นกับลูกหมาอื่นหรือสุนัขโตที่นิสัยดีและฉีดวัคซีนครบแล้ว ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีการควบคุมดูแลได้ เป็นตัวช่วยสอนการควบคุมแรงกัดและทักษะทางสังคมได้ดีกว่าที่เราพยายามสอนเอง เพราะสุนัขสื่อสารกันเองด้วยภาษากายที่ชัดเจนกว่ามนุษย์