เวลาที่พบว่าหมาดูเหงา ส่งเสียงหอนหรือเห่าเวลาที่เราไม่อยู่ ความคิดแรกของเรามักจะเป็น “หาเพื่อนให้เขาอีกสักตัวดีไหม จะได้ไม่เหงา” หลายบ้านที่ตัดสินใจรับมาก็พบว่ากลายเป็นได้หมาเหงา 2 ตัวแทน
การรับหมาตัวที่สองมาเลี้ยงแทบไม่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ และบ่อยครั้งกลับทำให้ปัญหาลุกลามมากขึ้นครับ
สารบัญ (5 หัวข้อ)
- อยู่คนเดียวไม่ได้ หรืออยู่ห่างเจ้าของไม่ได้ ?
- เครียดจากการอยู่คนเดียว (Isolation Distress)
- วิตกกังวลกับการแยกจากเจ้าของ (Separation Anxiety)
- ความเสี่ยงเมื่อรับหมาตัวที่สองมาเพื่อแก้ปัญหาหมาเหงา
- พฤติกรรมเลียนแบบและความเครียดส่งต่อ (Behavioral Contagion)
- สภาพแวดล้อมปั่นป่วนและความเครียดสะสม
- การพึ่งพากันเองมากเกินไป (Codependency)
- ภาระและค่าใช้จ่ายคูณสอง
- แนวทางแก้ไขหมาเหงาที่ถูกต้องและได้ผลจริง
- 1. รีเซ็ตสัญญาณเตือนก่อนออกจากบ้าน (Desensitizing Departure Cues)
- 2. ฝึกให้อยู่ลำพังในแบบที่เขารับได้ (Sub-threshold Desensitization)
- 3. เปลี่ยนความรู้สึกเชิงลบเป็นเชิงบวก (Counter-Conditioning)
- 4. จัดการช่วงเวลาที่เราต้องไม่อยู่บ้านจริงๆ
- 5. ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อใช้ยาร่วมด้วย
- สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
- สรุป
อยู่คนเดียวไม่ได้ หรืออยู่ห่างเจ้าของไม่ได้ ?
ก่อนตัดสินใจซื้อหรือรับหมาใหม่ เราต้องแยกความแตกต่างระหว่าง 2 ภาวะนี้ให้ชัดเจนระหว่างที่เครียดจากการอยู่คนเดียว (Isolation Distress) กับหมาที่วิตกกังวลกับการแยกจากเจ้าของ (Separation Anxiety)
เครียดจากการอยู่คนเดียว (Isolation Distress)
ปัญหาหลักคือการอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครเลย ถ้ามีคนหรือหมาอื่นด้วยจะสงบลงได้ กรณีนี้มีโอกาสที่ถ้ามีหมาเพิ่มจะช่วยเขาสงบลงได้ชั่วคราว แต่ก็จะมีปัญหาอื่นตามมาได้เพราะทั้งสองตัวยังคงขาดทักษะการอยู่คนเดียวอยู่ดี
วิตกกังวลกับการแยกจากเจ้าของ (Separation Anxiety)
จะมีความเฉพาะเจาะจงมากกว่าหมาที่อยู่คนเดียว คือหมาที่แยกกับเจ้าของเมื่อไหร่จะเครียดอย่างรุนแรง ถ้ามีคนหรือหมาอื่นด้วยก็ไม่ช่วยให้สงบลง กรณีนี้ถ้ามีหมามาเพิ่มจะไม่ได้ผล และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาแทรกซ้อน
ความเสี่ยงเมื่อรับหมาตัวที่สองมาเพื่อแก้ปัญหาหมาเหงา
การนำหมาตัวใหม่เข้ามาในบ้านที่มีหมาซึ่งยังมีปัญหาพฤติกรรม มักสร้างปัญหาใหม่ตามมา:
พฤติกรรมเลียนแบบและความเครียดส่งต่อ (Behavioral Contagion)
หมาเรียนรู้พฤติกรรมและอารมณ์จากหมาด้วยกันได้ดีมาก เมื่อเราออกจากบ้านแล้วหมาตัวแรกเริ่มเดินพล่าน หายใจหอบ และหอนด้วยความตื่นตระหนก หมาตัวใหม่จะรับรู้ได้ถึงความกลัว จากเดิมที่ไม่เคยกลัวการอยู่ลำพัง หมาตัวใหม่อาจเริ่มหอนและแทะทำลายข้าวของตามไปด้วย ผลลัพธ์คือเราจะได้ หมาเหงาสองตัว
สภาพแวดล้อมปั่นป่วนและความเครียดสะสม
การมีสมาชิกใหม่ทำให้ตารางชีวิต พื้นที่ส่วนตัว และการแบ่งความสนใจจากเราเปลี่ยนไป หมาตัวแรกที่มีความเครียดสะสมอยู่แล้วจะยิ่งเครียดขึ้น ส่งผลให้ความอดทนต่ำลง และเริ่มส่งเสียงหอนเร็วขึ้นกว่าเดิมเมื่อเราออกจากบ้าน
การพึ่งพากันเองมากเกินไป (Codependency)
แม้ในกรณีที่หมาตัวแรกผูกพันกับหมาตัวใหม่พอจนหยุดหอนได้ชั่วคราว แต่ปัญหาต้นตอยังไม่ได้รับการแก้ไข คือหมาของเรายังคงขาดทักษะการอยู่คนเดียว หากวันใดวันหนึ่งหมาตัวใดตัวหนึ่งต้องไปหาหมอ หรือไปทำธุระโดยไม่มีอีกตัว อาการก็จะกลับมาใหม่ พร้อมกับสร้างความเครียดเรื้อรังจากความระแวงการแยกจากกันขึ้นมา
ภาระและค่าใช้จ่ายคูณสอง
ค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องแรก ๆ ที่เราพิจารณากันอยู่แล้วเมื่อพูดถึงการรับหมาเพิ่ม แต่อย่าลืมว่านอกจากค่าใช้จ่ายแล้วเวลาที่เราต้องใช้กับเขาทั้งเวลาเล่น เวลาฝึกสอน ก็จะต้องคูณสอง และตามที่เราคุยกันไปก่อนหน้าว่าปัญหาของการอยู่คนเดียวนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีนี้ และหากหมาทั้งสองตัวมีปัญหาพฤติกรรมพร้อมกัน เราจะต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า และจ่ายครูฝึกเป็นสองเท่าในการแยกฝึกทีละตัวด้วยครับ
แนวทางแก้ไขหมาเหงาที่ถูกต้องและได้ผลจริง
การแก้ปัญหาหมาหอนเมื่ออยู่ลำพัง ต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ:
1. รีเซ็ตสัญญาณเตือนก่อนออกจากบ้าน (Desensitizing Departure Cues)
หมามักจับสัญญาณล่วงหน้า เช่น เสียงกุญแจ การหยิบกระเป๋า หรือการใส่รองเท้า ให้เราซ้อมทำกิจกรรมเหล่านี้โดยไม่ต้องออกจากบ้านจริง เช่น หยิบกุญแจแล้วเดินไปนั่งดูทีวี หรือใส่รองเท้าแล้วเดินไปนั่งกินข้าว ทำซ้ำๆ จนเขาเลิกตื่นเต้นกับสิ่งเร้าเหล่านี้
2. ฝึกให้อยู่ลำพังในแบบที่เขารับได้ (Sub-threshold Desensitization)
เริ่มฝึกก้าวออกจากประตูบ้านเพียง 5 ถึง 10 วินาที แล้วกลับเข้ามาทันทีก่อนที่เขาจะเริ่มส่งเสียงหอนหรือตื่นตระหนก เมื่อเขาเริ่มนิ่งและไว้ใจ ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาเป็น 30 วินาที 1 นาที 5 นาที ไปจนถึงหลายชั่วโมงตามลำดับ หากเขามีอาการกระวนกระวาย ให้ลดระยะเวลากลับลงมาจุดที่เขายังรู้สึกปลอดภัย
3. เปลี่ยนความรู้สึกเชิงลบเป็นเชิงบวก (Counter-Conditioning)
ก่อนก้าวออกจากบ้าน ให้ของเล่นเสริมทักษะหรือของเล่นขัดฟันที่ยัดไส้ขนมแช่แข็งไว้ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและทำให้เขาเชื่อมโยงว่า การที่เราเดินออกจากบ้านหมายถึงเขาจะได้กินของอร่อย
4. จัดการช่วงเวลาที่เราต้องไม่อยู่บ้านจริงๆ
ในช่วงระหว่างการฝึกปรับพฤติกรรม อย่าปล่อยให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความตื่นตระหนกเป็นเวลานาน หากเราจำเป็นต้องไปทำงานทั้งวัน ควรฝากสถานรับเลี้ยงหมา (Dog Daycare) หรือจ้างคนดูแลมาชั่วคราวเพื่อไม่ให้การฝึกสะดุด
5. ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อใช้ยาร่วมด้วย
ในกรณีที่หมามีอาการตื่นตระหนกรุนแรง กรีดร้อง หรือทำร้ายตัวเองทันทีที่ประตูปิด การฝึกอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลเพราะสมองอยู่ในภาวะแพนิกตลอดเวลา สัตวแพทย์สามารถสั่งยาช่วยปรับสารสื่อประสาท เช่น Clomipramine, Fluoxetine หรือ Tasipimidine เพื่อลดระดับความกังวลลง ช่วยให้เขาพร้อมรับการฝึกพฤติกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
- อย่าปล่อยให้ร้องจนเหนื่อยไปเอง (Cry It Out): การขังไว้แล้วปล่อยให้เขาร้องจนหมดแรง จะยิ่งกระตุ้นให้สมองจดจำความกลัวรุนแรงขึ้น และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการพยายามพังประตู
- อย่าทำโทษ: การดุ ตี หรือใช้ปลอกคอกระตุกช็อตไฟฟ้าเพื่อหยุดเสียงหอน จะยิ่งเพิ่มความหวาดกลัว แม้เขาอาจจะเงียบลงเพราะกลัวการถูกทำโทษ แต่ความเครียดภายในยังคงอยู่และอาจระเบิดออกมาเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวหรือทำลายข้าวของแทน
สรุป
การรับหมาตัวที่สองมาเลี้ยง ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาหมาเหงาครับ เราควรรับหมาตัวใหม่เข้ามาในบ้านก็ต่อเมื่อ หมาตัวแรกของเราผ่านการฝึกจนสามารถอยู่ลำพังได้อย่างมั่นคงและสงบดีแล้ว
อย่าคาดหวังให้หมาตัวใหม่ทำหน้าที่เป็นนักบำบัดให้หมาตัวแรก การฝึกปรับพฤติกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไปและความเข้าใจจากเรา คือหนทางเดียวที่แก้ปัญหาเสียงหอนได้อย่างยั่งยืน