Social Icons
ข้ามไปยังเนื้อหา
ทำไมหมาไม่กินข้าว ? 7 รูปแบบของหมากินยากและวิธีแก้ปัญหา
แก้ปัญหา

ทำไมหมาไม่กินข้าว ? 7 รูปแบบของหมากินยากและวิธีแก้ปัญหา

อ่าน 6 นาที โดย
สารบัญ (15 หัวข้อ)

หมาไม่กินข้าว ส่วนใหญ่ไม่ได้ป่วยและไม่ได้ดื้อ แยก 7 รูปแบบของหมากินยากจากสิ่งที่เห็นตรงหน้าชาม พร้อมวิธีแก้ทีละแบบ อาการที่ต้องหาหมอ และสิ่งที่ควรหยุดทำ

หมากินยาก เป็นปัญหาที่พบบ่อย และเรื่องนี้ทำให้เจ้าของหลายคนกังวลมากกว่าปัญหาพฤติกรรมอื่นเกือบทั้งหมด และข่าวดีคือ หมาส่วนใหญ่ที่ถูกพามาด้วยเรื่องไม่ยอมกินข้าวนั้นไม่ได้แก้ยากเลยครับ

ขั้นแรก เช็คก่อนว่าเขากินน้อยจริงหรือเปล่า

ก่อนจะแก้ ต้องรู้ก่อนว่าเรากำลังแก้อะไรอยู่ เพราะหมาหลายตัวที่ถูกเรียกว่ากินยากนั้น จำนวนไม่น้อยเลยที่จริงๆ แล้วกินพอดีตัว แต่เจ้าของคิดว่ากินน้อยเพราะยึดกับตัวเลขข้างถุง

ไม่แปลกที่เราตวงตามที่ฉลากบอก แล้วก็เหลือทุกมื้อ เห็นแบบนี้ทุกวันก็อดคิดไม่ได้ว่าเขากินน้อยไป

แต่ในความเป็นจริงนั้นหมาน้ำหนักเท่ากันสามารถมีต้องการอาหารต่างกันได้ตั้งแต่ 30 ถึง 50% ของตัวเลขบนถุง (งานวิจัยที่ตามหมา 397 ตัวนาน 24 ปี) หมาที่กินน้อยกว่าฉลากมาตลอด แต่น้ำหนักนิ่ง ขนสวย เล่นได้ วิ่งได้ คือหมาที่กินพอดีกับตัวเองแล้วครับ

อีกเรื่องที่ช่วยให้สบายใจขึ้นคือ ร่างกายหมาคุมสมดุลพลังงานเป็นระดับสัปดาห์ ไม่ใช่ระดับมื้อ วันนี้กินน้อย พรุ่งนี้เขาก็ชดเชยเอง มื้อเดียวที่หายไปจึงแทบไม่ได้บอกอะไรกับเราเลย

ดังนั้นก่อนที่จะไปดูวิธีแก้ เช็คดูก่อนนะครับว่าจริงๆ แล้วน้ำหนักเขาคงที่ เพิ่ม หรือลด ไม่ต้องยึดกับฉลากมาก

หมาไม่กินข้าวมี 7 แบบ

1. ดมแล้วเดินหนี น้ำหนักคงที่ ร่าเริงปกติ

ถ้าชั่งน้ำหนักแล้วนิ่ง แบบนี้คือเขาอิ่มอยู่ครับ ไม่ได้เบื่ออาหาร คำถามถัดมาคืออิ่มมาจากไหน คำตอบมักเป็นขนมระหว่างฝึก ข้าวที่แบ่งจากโต๊ะ และของว่างที่คนในบ้านแอบให้ รวมกันแล้วมักเกินที่เราคิด

แนะนำ: นับรวมทุกอย่างที่เขากินใน 1 วันมาคิดเป็นก้อนเดียว ขนมควรอยู่ไม่เกิน 10% ของพลังงานทั้งวัน ที่เหลือมาจากข้าว

ไม่ควร: เพิ่มของโปะหน้าข้าวเพื่อให้เขากิน

2. ขนมกินฉ่ำ แต่ข้าวไม่แตะ

แบบนี้ชัดเจนว่าความอยากอาหารยังอยู่ครบ เพราะหมาที่เบื่ออาหารจริงจะไม่สนใจขนมด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาเรียนรู้แล้วว่า ถ้าไม่กินข้าว เดี๋ยวมีของที่อร่อยกว่ามาแทน

การไม่กินจึงกลายเป็นพฤติกรรมที่ได้ผล และทุกครั้งที่เรายอม เราสอนซ้ำอีกรอบโดยไม่ตั้งใจ

แนะนำ: เลือกอาหารหลักหนึ่งอย่าง ตั้งเป็นมื้อ วางไว้ 15 ถึง 20 นาที แล้วเก็บ ไม่มีอะไรอื่นระหว่างมื้อ หมาสุขภาพดีจะกลับมากินเองภายในไม่กี่วัน

ไม่ควร: ยื่นตัวเลือกใหม่ให้เขาเมื่อไม่กิน “เอาน่า อย่างน้อยขอให้ได้กินอะไรบ้าง” ประโยคนี้คือที่มาของปัญหา

3. เดินเข้าไปถึงชาม แล้วถอยออกมา

อาจจะมี “อยากกิน แต่ไม่กล้า” มีเลียปาก หันหน้าหนี หางลด แล้ววนกลับมาใหม่ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องอาหาร แต่เป็นเรื่องบริบทรอบการกิน

อาหารอาจเคยถูกจับคู่กับอะไรที่ไม่ดีมาก่อน ชามวางใกล้ประตูที่มีเสียงดัง มีคนยืนมองตอนกิน มีหมาอีกตัวเดินผ่านตลอด หรือเคยถูกจับป้อนยาปนในข้าว ในบ้านที่เลี้ยงหมาหลายตัว แค่มีหมาอีกตัวอยู่ใกล้ตอนกิน หมาก็แสดงอาการลังเลและถอยห่างออกมาจากชามได้

วิธีเช็คที่ง่ายที่สุด ลองย้ายที่ ถ้าเขากินอาหารเดิมได้สบายในห้องอื่น ตอนกลางคืน หรือตอนไม่มีใครอยู่ แปลว่าอาหารไม่มีปัญหา บริบทต่างหากที่มีปัญหา

แนะนำ: เปลี่ยนที่ เปลี่ยนชาม (ชามลึกหรือชามสแตนเลสที่เสียงดัง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งได้ด้วย) วางแล้วเดินออกมา ให้หมากินข้าวแยกที่กัน ถ้ามีอาการหวงชามร่วมด้วย ดู หมาหวงของ หวงชามข้าว

ไม่ควร: ยืนดู ไม่ต้องเชียร์ ไม่ต้องเลื่อนชามเข้าไปหาเขา จะเป็นการกดดันที่ทำให้ปัญหาแย่ลง

4. ป้อนมือกิน แต่ในชามไม่กิน

การเคี้ยวและการกลืนปกติดี ติดอยู่แค่ที่ชาม บางตัวคือชามมีปัญหาแบบข้อ 3 บางตัวคือต้องการความสนใจจากเรา

แนะนำ: ค่อยๆ ทำให้ชามข้าวมีคุณค่าขึ้น นั่งข้างชามแล้วป้อน ต่อมาหยิบจากชามป้อน ต่อมาโรยลงชามต่อหน้าเขา หรือเลิกใช้ชามไปเลยด้วยการโรยอาหารบนพื้นให้เขาได้ดมหา หรือใช้ของเล่นที่ใส่อาหารได้แทน

ไม่ควร: ป้อนมือถาวร เพราะนั่นคือการสอนให้เขารอวิธีที่ได้ความสนใจมากกว่า

หมายเหตุสำคัญ วิธีนี้ใช้กับหมาสุขภาพดีที่แค่เลือกกิน ถ้าเป็นหมาขี้กลัวที่เครียดเรื้อรัง การป้อนมือมักทำให้ปัญหาแย่ลง เพราะเป็นการเอาตัวเราไปจับคู่กับอาหารในจังหวะที่เขายังกดดันอยู่

5. กินช้า เขี่ยๆ กินไม่หมด

กินหมดในที่สุดแต่ไม่กระตือรือร้น ส่วนใหญ่อาจเป็นเพราะยังไม่หิวจริง อากาศร้อน หรือเจ็บฟัน ถ้าเขาเคี้ยวข้างเดียว ทำอาหารหล่น หรือชอบเฉพาะอาหารนิ่ม ให้ตรวจช่องปากด้วยครับ

แนะนำ: ลดปริมาณต่อมื้อลงให้เขาหิวจริงก่อนถึงมื้อถัดไป

ไม่ควร: วางข้าวทิ้งไว้ทั้งวัน เพราะถ้ากินได้เรื่อยๆ จะไม่มีมื้อไหนที่เขาหิวจริงเลยสักมื้อ

6. กินแล้วอ้วก หรือกินแล้วดูคลื่นไส้

เลียปากบ่อย น้ำลายยืด กลืนน้ำลายถี่ แทะหญ้า แบบนี้ต้องหาหมอ และเป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

หมาสร้างความรังเกียจอาหารได้จากประสบการณ์เดียว ถ้าเขากินอาหารสูตรประจำในวันที่คลื่นไส้ สมองจะผูกรสนั้นเข้ากับความรู้สึกแย่ และเขาอาจปฏิเสธอาหารสูตรนั้นไปอีกนาน กลไกนี้เกิดขึ้นเร็วและแก้ยากมาก

แนะนำ: พาไปหาหมอ ถ้าต้องให้กินระหว่างที่ยังคลื่นไส้ ให้ใช้อาหารเหลวที่ไม่ใช่สูตรประจำ เก็บสูตรประจำไว้ใช้ตอนหายดีแล้ว

ไม่ควร: กรอกปาก อย่าใช้ไซริงค์ป้อนเอง นอกจากเสี่ยงสำลัก ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะสอนให้เขากลัวการกิน

7. เปลี่ยนอาหาร แล้วไม่ยอมกิน

หมามีความระมัดระวังกับอาหารใหม่โดยธรรมชาติ (มีงานทดลองยืนยัน) สำหรับหลายตัววันแรกของอาหารใหม่ หมากินช้าลง ลังเลมากขึ้น อาการนี้จะเริ่มหายไปเองเมื่อได้เจอซ้ำๆ

ปัญหาคือถ้าเราเปลี่ยนอาหารใหม่ทุกครั้งที่เขาไม่กิน ความลังเลจะถูกรีเซ็ตใหม่ทุกรอบ และเขาก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมกันว่าการไม่กินทำให้มีของใหม่มาเสมอ

แนะนำ: ผสมของใหม่เข้ากับของเดิมทีละน้อยเวลาที่เปลี่ยนอาหาร

ไม่ควร: เปลี่ยนยี่ห้อใหม่ทุกสัปดาห์

ปัญหาของเมืองร้อน อย่างบ้านเรา

หมากินน้อยลงในอากาศร้อนเป็นเรื่องปกติ การย่อยอาหารสร้างความร้อนในตัว หมาที่ร้อนอยู่แล้วจึงลดการกินลงเองเพื่อไม่ให้ร้อนไปกว่าเดิม กลไกนี้พบในสัตว์แทบทุกชนิดครับ ช่วงที่อากาศร้อนจัดแล้วหมากินน้อยลงเล็กน้อยแต่น้ำหนักจะยังคงที่ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องแก้

อาหารเสียเร็วกว่าที่เราคิดมาก ไขมันที่เคลือบเม็ดอาหารทำปฏิกิริยากับอากาศร้อน กลิ่นหอมหายไป และกลายเป็นกลิ่นเหม็นหืน จมูกหมาไวกว่าเราหลายเท่า อาหารที่เราดมแล้วเฉยๆ เขาอาจได้กลิ่นที่บอกชัดว่าไม่ควรกิน ส่วนอาหารเปียกที่วางทิ้งไว้เกินหนึ่งถึงสองชั่วโมงในวันที่ร้อน ถือว่าควรทิ้งแล้ว

บางครั้งการที่เขาไม่กิน ไม่ใช่การเลือกกิน แต่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วครับ

แนะนำ ไม่ตั้งอาหารทิ้งไว้ให้กินได้ทั้งวัน แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กลง และสดใหม่ เก็บถุงอาหารในที่เย็นและปิดสนิท

ถ้าหมาเครียด เขาจะกินไม่ลงจริงๆ

เรื่องนี้เป็นกลไกทางร่างกาย ไม่ใช่เรื่องดื้อ ความเครียดสามารถปิดความอยากอาหารได้อย่างรวดเร็ว และยาวนาน เรื่องนี้เกี่ยวโยงกับ ความเครียดเรื้อรังในหมา โดยตรง

จุดที่คนมักพลาดคือ ฮอร์โมนความเครียดไม่ได้หายไปพร้อมกับเหตุการณ์ หมาที่เพิ่งย้ายบ้าน เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล โดนหมาเห่าใส่ หรือเจอพลุเมื่อคืน (ดูเรื่อง ความเครียดสะสม ประกอบ) อาจกินไม่ลงต่อไปอีกหลายวันทั้งที่เรื่องจบไปแล้ว

มีกฎง่ายๆ ข้อหนึ่งที่ใช้ได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ถ้าหมาเครียดเกินกว่าจะกิน แปลว่าเราเข้าใกล้สิ่งที่เขากลัวเกินไป ลองถอยห่างออกมา ถ้าเขากินได้ทันที แปลว่าแรงจูงใจไม่เคยหายไปไหน มีแค่ความเครียดที่บังอยู่

เรื่องหมาไม่รับขนมตอนฝึก เป็นคนละเรื่องกับการไม่กินข้าวครับ ถ้าสนใจเรื่องนั้นลองอ่าน ทำไมหมาถึงไม่อยากฝึก ต่อได้

สาเหตุจากสุขภาพ

ส่วนนี้ไม่ต้องคิดเยอะ ถ้าเข้าข้อไหนข้อหนึ่ง ให้ไปหาสัตวแพทย์ก่อนครับ

🚩 ไม่กิน ร่วมกับอาการอื่น อาเจียน ท้องเสีย ซึม เหงือกซีด ตัวเหลือง ท้องกาง หรือเจ็บเวลาแตะตัว

🚩 หมาแก่ หรือหมาที่มีโรคประจำตัว ให้รีบกว่านั้น เพราะการกินน้อยลงมักเป็นสัญญาณแรกของโรคไต หัวใจ หรือฟัน

สรุปสิ่งที่ควรหยุดทำ

ทั้ง 7 รูปแบบนั้นมีจุดร่วมกันที่ส่งผลให้ปัญหาแย่ลง

  1. หยุดโปะของอร่อยเพิ่มทุกครั้งที่เขาไม่กิน นี่คือข้อที่เติมไฟให้ปัญหาที่สุด เพราะเรากำลังจ่ายรางวัลให้กับการไม่กิน
  2. หยุดยืนดู หยุดเชียร์ ความกดดันตอนกินคือสิ่งที่เราเติมเข้าไปเอง
  3. หยุดวางข้าวทิ้งไว้ทั้งวัน ไม่มีมื้อไหนที่เขาหิวจริง และเราไม่มีทางรู้เลยว่าเขากินไปเท่าไหร่
  4. หยุดกรอกปากเอง เสี่ยงสำลัก และสอนให้เขากลัวการกิน
  5. หยุดเปลี่ยนยี่ห้อเมื่อเขาไม่กิน ทุกครั้งที่เปลี่ยน ความลังเลเริ่มนับหนึ่งใหม่
  6. หยุดนับแค่ข้าวในชาม ขนมและของจากโต๊ะคือพลังงานที่มักถูกลืม

สรุปสิ่งที่ควรทำ

ขั้นที่ 1 วัดก่อน 3 ถึง 5 วัน ชั่งน้ำหนักหมา จดอาหารที่ให้จริง นับขนมทุกชิ้น ยังไม่ต้องเปลี่ยนอะไรทั้งนั้น ถ้าน้ำหนักนิ่งและเขาสดใสดี เรื่องนี้อาจจบตรงนี้

ขั้นที่ 2 จัดสภาพแวดล้อมและให้อาหารเป็นมื้อ ให้อาหารมื้อละ 15 ถึง 20 นาทีแล้วเก็บ ขนมไม่เกิน 10% ของวัน ให้อาหารในที่เงียบ ไม่มีคนยืนดู ไม่มีหมาตัวอื่นเดินผ่าน ให้เวลาสัก 3 ถึง 7 วัน

ขั้นที่ 3 ปรับกลิ่นและวิธีเสิร์ฟ อุ่นอาหารให้กลิ่นออก เพิ่มความชื้น หรือลองโรยอาหารให้เขาได้ใช้จมูกหาแทนการเทใส่ชาม สำหรับหมาหลายตัว การได้ดมหาสนุกกว่าการกินจากชามมาก หรือจะใส่ไว้ในของเล่นก็ได้

ขั้นที่ 4 ถ้าครบสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการใหม่โผล่มา กลับไปหาสัตวแพทย์ อย่ารอให้น้ำหนักลง

ปิดท้าย

ปัญหานี้ผมเจอบ่อยมากครับ เกือบทุกบ้านที่ไปสอนจะมีเรื่องชามข้าวเล่าให้ฟัง แล้วสิ่งที่ทำกันมาก่อนหน้านั้นก็คล้ายกันหมด โปะเพิ่ม เปลี่ยนยี่ห้อ ยืนเชียร์ นั่งป้อน ทำไปเรื่อยๆ สิ่งที่เหลืออยู่คือมื้ออาหารที่ต้องลุ้นกันทุกวัน คนก็เครียด หมาก็เครียด

ผมว่าจุดนี้เป็นจุดที่น่าเสียดาย เพราะอาหารเป็นมากกว่าแค่ความอิ่ม และเป็นของดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เรามีกับหมาหนึ่งตัว ใช้สอนก็ได้ ใช้สร้างความสัมพันธ์ก็ได้ เป็นเวลาที่เขาควรได้ผ่อนคลายด้วยซ้ำ พอกลายเป็นสนามรบไปแล้ว เราเสียตัวช่วยสำคัญไปเลย

แนะนำให้ลองดูครับ แค่อาทิตย์เดียวพอ ชั่งน้ำหนัก นับขนมที่เขาได้จริงๆ แล้วปล่อยให้มื้ออาหารเงียบลง ไม่ต้องยืนดู ไม่ต้องเชียร์ หลายบ้านแค่นี้ก็เริ่มเปลี่ยนแล้ว

Avatar

Nattawut Hansuwat

ที่ Dogology เราฝึกหมาเพื่อการใช้ชีวิตร่วมกัน ฝึกโดยคนที่รักหมา ด้วยวิธีการฝึกที่สนุก และอิงหลักวิทยาศาสตร์

Next step

เริ่มต้นจากการเข้าใจหมาของเรา

สำรวจ 16 Mindset ของหมากับได้ฟรี หรือเริ่มเรียนรู้พื้นฐานกับคอร์ส Dogology 101