รู้ไหมครับว่าโดยปกติแล้วหมาป่านั้นจะไม่เห่าเลย เสียงเห่าที่เราได้ยินจากหมาป่านั้นมาจากหนังและการ์ตูนเท่านั้น เพราะตามธรรมชาติแล้วหมาป่าจะหอนแต่ไม่ไม่การเห่า นั่นทำให้น่าคิดไหมครับว่าทำไมหมาบ้านของพวกเราเขาถึงชอบการเห่านัก ทั้ง ๆ ที่บรรพบุรุษพวกเขานั้นไม่เห่าเลย ?
ทำไมหมาต้องเห่า ?
ในธรรมชาตินั้น การส่งเสียงดังเหมือนการแกว่งเท้าหาเสี้ยน เพราะมันบอกตำแหน่งให้นักล่าอื่นรู้ หรือทำให้เหยื่อตื่นตระหนก หมาป่าจึงเห่าเฉพาะตอนคับขันจริงๆ เท่านั้น
แต่เมื่อหมาเริ่มเข้ามาอาศัยรอบกองไฟของมนุษย์ กฎการอยู่รอดก็เปลี่ยนไป
มนุษย์เราเป็นสัตว์ที่พึ่งพา “เสียง” ในการสื่อสารสูงมาก หมาตัวไหนที่เงียบกริบ อาจจะถูกมองข้ามหรือไม่ได้กินเศษอาหาร แต่หมาตัวไหนที่ “ส่งเสียงเตือน” เวลาศัตรูมา หรือส่งเสียงเรียกร้องความสนใจได้เก่งกว่า จะได้รับความสนใจและการดูแลจากเรา
ผ่านไปหมื่นปี ธรรมชาติจึงคัดเลือกหมาที่เรียกร้องความสนใจจากมนุษย์เก่งที่สุดให้รอดชีวิต การเห่าจึงกลายเป็นเครื่องมือหลักในการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เราโดยเฉพาะ ไม่ใช่เพื่อสื่อสารกับหมาด้วยกัน เพราะหมาด้วยกันใช้ภาษากายและกลิ่นก็รู้เรื่องแล้ว ดังนั้นเราสามารถพูดได้ว่าการเห่าของหมานั้นวิวัฒนาการมาเพื่อหูของมนุษย์โดยเฉพาะ
ทำไมเสียงเห่าถึง “น่ารำคาญ” ?
พ่อแม่หมาทุกคนรู้ว่าเสียงเห่านั้นน่ารำคาญ แต่ความน่าทึงคือความน่ารำคาญนี้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญแน่นอน เพราะโครงสร้างเสียงการเห่านี้ได้ผ่านการวิวัฒนาการมาเพื่อให้ระคายหูเราเป็นพิเศษ
โดยมีงานวิจัยที่พบว่าคลื่นเสียงเห่าของหมาบ้าน โดยเฉพาะเวลาที่พวกเขาเรียกร้องความสนใจ หรือมีความเครียด (เช่น ตอนถูกทิ้งไว้ตัวเดียว) มีความถี่และจังหวะที่คล้ายคลึงกับเสียงร้องไห้ของทารกมนุษย์อย่างน่าตกใจโดยเฉพาะใน 2 มิติคือ
- ความระคายหู (Dissonance): เสียงเห่ามีความหยาบและระคายหู
- ความถี่สูง (High Pitch): พุ่งตรงเข้าสู่ศูนย์กลางความเครียดในสมองเรา
สมองของมนุษย์ถูกโปรแกรมมาให้ “เมินเฉยต่อเสียงทารกร้องไม่ได้” ด้วยเหตุผลทางการเอาชีวิตรอดของสปีชี่ส์ มันทำให้เราจะรู้สึกกระวนกระวายและต้องทำอะไรสักอย่างให้เสียงนั้นหยุดลง หมาได้วิวัฒนาการเสียงของมันให้ไปจูนตรงกับคลื่นความถี่นี้พอดี ทำให้การเห่าของเขากลายเป็นสัญญาณเตือนภัยที่กระตุ้นเราไปถึงระดับการเอาชีวิตรอด นั่นทำให้เราเมินเสียงเห่าของหมาได้ยากนัก
การเห่ามีความเป็นภาษาเล็กน้อย
เสียงเห่าของหมานั้นไม่ได้เห่าเหมือนๆ กันหมดแต่หมามีสิ่งที่คล้ายกับคลังคำศัพท์ในรูปแบบของโทนเสียงที่ซับซ้อนมาก และเจ้าของหลายคนสามารถฟังออกโดยไม่รู้ตัว !
มีการทดลองให้นักอาสาสมัครฟังเสียงเห่าของหมา โดยไม่ให้เห็นภาพ แล้วทายว่าหมาตัวนั้นกำลังทำอะไร ผลปรากฏว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ทายถูกอย่างไม่น่าเชื่อ
- เสียงต่ำ หยาบ ถี่รัว: “อันตราย! มีผู้บุกรุก!” (สมองเราแปลเป็นความก้าวร้าวทันที)
- เสียงสูง มีโทนเสียงชัด (Tonal) จังหวะห่างกัน: “มาเล่นกันเถอะ!” หรือ “เหงาจัง” (สมองเรารู้สึกเอ็นดูหรือสงสาร)
นี่แสดงให้เห็นว่า เราและหมาได้วิวัฒนาการ “โปรโตคอลการสื่อสาร” ร่วมกันมา หมาปรับเสียงส่ง ในขณะที่มนุษย์เราปรับหูรับ จนกลายเป็นระบบสื่อสารข้ามสายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
หมามีสำเนียง ?
มีงานวิจัยที่ชี้ว่า “ภาษาของเจ้าของ” อาจส่งผลต่อ “เสียงของหมา”… ห๊ะ ??
การศึกษาเปรียบเทียบเสียงร้องของหมาชิบะ (Shiba Inu) ที่เลี้ยงโดยเจ้าของที่พูดภาษาอังกฤษ กับที่เลี้ยงโดยเจ้าของที่พูดภาษาญี่ปุ่น พบความแตกต่างของโครงสร้างเสียง
- หมาในบ้านที่พูดภาษาอังกฤษ: มีแนวโน้มใช้เสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า
- หมาในบ้านที่พูดภาษาญี่ปุ่น: มีแนวโน้มใช้เสียงที่เร็วกว่า และโทนต่างออกไป
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? นักวิจัยสันนิษฐานว่า หมาพยายามปรับจูนเสียงของตัวเองให้เข้ากับ “จังหวะและโทนเสียง” (Prosody) ของมนุษย์ที่เขาอยู่ด้วย เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพสูงสุด หรืออาจเกิดจากการที่เจ้าของตอบสนองต่อเสียงบางประเภทมากกว่าจากภาษาที่เจ้าของใช้ จนทำให้หมาเรียนรู้ที่จะใช้ “สำเนียง” ที่เรียกร้องความสนใจได้นั้นบ่อยขึ้น
การถอนหายใจ
นอกจากเห่าแล้ว เสียงที่หมาใช้กับเราบ่อยที่สุดและคนมักเข้าใจผิด คือ “การถอนหายใจ” (Sighing)
เวลาหมาทิ้งตัวลงนอนแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่ได้กำลังเบื่อโลกเสมอไป แต่เขากำลังบอกสถานะทางอารมณ์ให้เรารู้
วิธีแปลภาษาถอนหายใจให้ดูที่ “ตา” ครับ:
- ถอนหายใจ + ตาปิด (หรือหรี่ตา): นี่คือ “สัญญาณแห่งความพอใจ” (Contentment Sigh) แปลว่า “อา… สบายจัง จบวันสักที” เป็นการบอกเราว่าเขาจะเข้าโหมดผ่อนคลายแล้วนะ
- ถอนหายใจ + ตาเปิดกว้าง: นี่คือ “สัญญาณแห่งความหงุดหงิด” (Frustration Sigh) มักเกิดขึ้นเวลาที่มันขออะไรแล้วเราไม่ให้ หรือชวนเล่นแล้วเราไม่เล่นด้วย เสียงนี้แปลว่า “เฮ้อ…ยอมแพ้ก็ได้”
เสียงที่ออกแบบมาเพื่อ (กวน) เราโดยเฉพาะ
ถึงเสียงเห่าจะน่ารำคาญ แต่ถ้าลองคิดดี ๆ แล้วเราจะเห็นได้ถึงความมหัศจรรย์ของเสียงนี้ว่าเป็นผลลัพธ์ของวิวัฒนาการหมาที่พยายามจะสื่อสารกับเราให้ได้มากที่สุด ทั้งที่จริง ๆ การเห่านั้นไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในการสื่อสารระหว่างหมาด้วยกันด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่าการเห่าเสียงที่ออกแบบมาเพื่อเราโดยเฉพาะจริง ๆ ครับ