ทำไมหมาหมายตัวชอบไล่รถ ? และในขณะเดียวกันทำไมหมาชอบหมกมุ่นกับล้อรถนัก ?
เมื่อสัญชาตญาณโบราณมาอยู่ในโลกยุคใหม่
ไม่ว่าเราจะเลี้ยงหมาแบบไหน โครงสร้างสมองของเขาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของนั้นยังไงความอยู่รอดขึ้นอยู่กับความสามารถในการดมกลิ่นอาหารในระยะไกล การตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และการกัดฉีกซากสัตว์เพื่อกินเนื้อ
แต่ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์(Anthropocene) สัญชาตญาณเหล่านี้ไม่ได้หายไปแต่ถูก “เปลี่ยนเป้าหมาย” ไปยังสิ่งที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งยางรถยนต์ดันมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็น “เหยื่อในอุดมคติ” ในสายตาของหมา:
- มันมีกลิ่นซับซ้อน (เหมือนซากสัตว์หรืออาณาเขตของศัตรู)
- มันเคลื่อนที่ได้ (เหมือนสัตว์หนีการไล่ล่า)
- มันมีเนื้อสัมผัสสู้ฟัน (เหมือนหนังและกล้ามเนื้อของเหยื่อ)
นี่คือสิ่งที่นักวิชาการเรียกว่า “Triad of Attraction” หรือสามเหลี่ยมแห่งแรงดึงดูด ที่ทำให้ยางรถยนต์นั้นน่าสนใจสำหรับหมามาก ๆ
ยางรถยนต์คือ Social Network ชั้นดี
สำหรับมนุษย์เรายางรถยนต์ก็แค่ก้อนยางสกปรก แต่สำหรับหมาที่มีเซลล์รับกลิ่นมากถึง 300 ล้านเซลล์ยางรถยนต์คือแหล่งข้อมูลมหาศาลครับ
ยางรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมีรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมาก ขณะที่รถวิ่งไปตามถนน ยางจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่กวาดเก็บตัวอย่างทางชีวภาพจากทุกที่ที่มันผ่านไปโดยเฉพาะ
- ซากแมลงและสัตว์เล็ก: คราบเลือดแห้งหรือซากแมลงที่ติดอยู่ตามดอกยาง ส่งกลิ่นที่กระตุ้นสัญชาตญาณการกินซาก (Scavenging Instinct) แม้เราจะไม่ได้กลิ่น แต่หมาได้กลิ่นชัดเจนครับ
- กลิ่นขยะและอาหารตามท้องถนน: เศษขยะ เศษอาหารที่อยู่ตามท้องถนนที่โดนรถเหยียบ แม้วัตถุจะไม่ติดมาด้วย แต่กลิ่นที่ติดมานั้นเพียงพอจะดึงดูดความสนใจหมาหลาย ๆ ตัวเรียบร้อยแล้ว
- ปัสสาวะของสัตว์อื่น: ความน่าดึงดูดของยางรถยนต์นี้ทำให้หมาตัวอื่น (และสัตว์อื่น เช่น แมว จิ้งจอก) เองก็ติดใจ พร้อมใจกันมาฉี่รดเวลาที่อยู่ในลานจอดรถ
ด้วยความที่รถเคลื่อนที่ระยะไกล กลิ่นเหล่านี้ในแต่ละวันจะถูกสะสมไว้จำนวนมาก และเมื่อหมาของเราไปดมล้อรถที่เพิ่งกลับมาบ้าน เขาไม่ได้แค่ดมยาง แต่เขากำลังเสพข้อมูลที่น่าสนใจจำนวนมากทั้งเศษอาหารที่รถผ่านทั้งหมด และข้อมูลที่บอกว่ามีหมาตัวไหน สัตว์อะไร เพศอะไร อารมณ์ยังไง ได้ผ่านรถคันนี้บ้าง บวกกับความที่รถยนต์นั้นเคลื่อนที่นั่นทำให้ยางรถยต์ทำหน้าที่เหมือน Social Network ชั้นดี
กลิ่นเคมีเลียนแบบธรรมชาติ (Chemical Mimicry)
นอกจากกลิ่นชีวภาพแล้ว ตัวยางเองยังปล่อยสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) เช่น เบนซีน (Benzene) และโทลูอีน (Toluene) ซึ่งสำหรับจมูกมนุษย์มันคือกลิ่นฉุน แต่ในระดับโมเลกุล สารประกอบกำมะถันที่ใช้ในกระบวนการผลิตยาง (Sulfur curing agents) มีโครงสร้างคล้ายกับสารเคมีในต่อมกลิ่นของสัตว์บางชนิด เช่น สกั้นค์ หรือฟีโรโมนของสัตว์ป่า
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหมาบางตัวถึงชอบเอาตัวไป “เกลือกกลิ้ง” (Scent Rolling) บนยางรถยนต์เก่าๆ พฤติกรรมนี้สันนิษฐานว่าทำไปเพื่อ “พรางกลิ่นตัว” ของตัวเองด้วยกลิ่นที่รุนแรงกว่า เพื่อให้เหยื่อจับไม่ได้เวลาออกล่า หรือเพื่อนำกลิ่นแปลกใหม่กลับไปอวดเพื่อนนั่นเองครับ
ทำไมชอบไล่รถ ?
ส่วนที่อันตรายที่สุดของความหลงใหลนี้คือการไล่กวดรถขณะวิ่งครับ พฤติกรรมนี้ไม่ใช่ความก้าวร้าวเสมอไป แต่มันคือลำดับของการล่าเหยื่อ (Predatory Sequence) ที่ฝังอยู่ในสัญชาตญาณ
ในหมาป่า วงจรนี้ประกอบด้วย: จ้องมอง -> ย่อง -> ไล่ -> งับ -> ฆ่า -> ฉีกกิน โดยสำหรับหมาแต่ละสายพันธ์จะมีความแตกต่างจากวงจรนี้เล็กน้อย เช่น:
- กลุ่มต้อนแกะ (Herding Breeds) เช่น บอร์เดอร์ คอลลี่: จะเน้นการ “จ้อง” และ “ไล่” เพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ สำหรับพวกเขา ล้อรถที่หมุนด้วยความเร็วคือแกะที่ดื้อรั้นและต้องถูกควบคุมให้หยุด
- กลุ่มล่าด้วยสายตา (Sighthounds) เช่น เกรย์ฮาวด์: เน้นการ “ไล่” และ “งับ” พวกเขาถูกกระตุ้นด้วยความเร็ว (Velocity) ยิ่งรถวิ่งเร็ว ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณให้ต้องไล่ตามให้ทัน
- กลุ่มเทอร์เรีย (Terriers): มีวงจรครบไปจนถึงการ “ฆ่า” และ “ฉีกกิน” หมากลุ่มนี้เมื่อไล่ทันแล้วมักจะพยายามกัดและสะบัด (Shake) ซึ่งเป็นอันตรายมากหากทำกับล้อรถ
สิ่งที่เราต้องระวังคือภาวะที่เรียกว่า Predatory Drift หรือการ”ลื่นไหล”ไปตามลำดับการล่าโดยไม่ตั้งใจ เช่น หมาอาจจะเริ่มจากการวิ่งไล่รถเล่นๆ ด้วยความสนุก แต่เมื่อล้อรถมีการเคลื่อนไหวแบบคาดไม่ถึง หรือมีเสียงกรวดกระเด็น (คล้ายเสียงเหยื่อหนี) สมองส่วนสัญชาตญาณอาจสับสวิตช์จาก “การเล่น” เป็น “การฆ่า” ทันทีโดยที่หมาเองก็ควบคุมไม่ได้ นี่คือสาเหตุที่หมาที่ปกติเรียบร้อย อาจจะกระโจนเข้าใส่ล้อรถจนเกิดอุบัติเหตุได้ครับ
ทำไมหมาชอบกัดยาง ?
เมื่อหมาได้ครอบครองยางรถยนต์แล้ว (ไม่ว่าจะยางเก่าในสวน หรือของเล่นยาง) ทำไมพวกเขาถึงชอบกัดมันนัก?
1. ความรู้สึกเหมือนกัดเนื้อ
ในทางประสาทสัมผัสวิทยา (Sensory Science) ยางมีความยืดหยุ่น (Elasticity) และแรงต้าน (Resistance) ที่ใกล้เคียงกับผิวหนังและกล้ามเนื้อของสัตว์มากที่สุดครับ เวลาที่หมากัดลงไป ยางจะยุบตัวแล้วเด้งสู้ฟัน (Rebound) ความรู้สึกนี้ไปกระตุ้นตัวรับความรู้สึกที่รากฟันและเหงือก เลียนแบบความรู้สึกตอนที่บรรพบุรุษของเขากำลังฉีกทึ้งเหยื่อ
ความหมกมุ่นนี้ต้องจัดการอย่างไร ?
ถึงไม่ต้องบอกเจ้าของทุกท่านก็น่าจะทราบดีว่าความหมกมุ่นในยางรถของหมานี้ไม่ใช่รสนิยมที่ปลอดภัย ทั้งสารพิษจากการผลิต ความเสี่ยงต่อการติดคอ และทางเดินอาหาร และที่สำคัญที่สุดคืออันตรายจากการวิ่งไล่รถ
แน่นอนว่าเราไม่สามารถ (และไม่ควร) ไปพยายามกดสัญชาตญาณของหมาครับ แต่หน้าที่ของเราคือการ “เบี่ยงเบน” (Redirect) ความต้องการนั้นไปสู่สิ่งที่ปลอดภัยกว่า
1. ตอบโจทย์สัญชาตญาณการไล่
สำหรับหมาที่ชอบวิ่งไล่ อาจมีพลังงานเหลือและสัญชาตญาณการล่าสูง ลองหากิจกรรมเหล่านี้มาทดแทนครับ:
- กีฬา Treibball (Urban Herding): นี่คือกีฬาที่ให้หมา “ต้อนลูกบอลยักษ์” (ลูกบอลออกกำลังกาย) เข้าโกล มันตอบโจทย์หมาสายพันธุ์ต้อนแกะที่ชอบควบคุมการเคลื่อนที่ โดยที่หมาจะได้ใช้ทักษะการจ้องและดัน โดยไม่ต้องเสี่ยงโดนรถทับ
- ไม้ตกหมา (Flirt Pole): สำหรับหมาที่ชอบไล่และงับ อุปกรณ์นี้เป็นไม้ที่มีเชือกผูกเหยื่อปลอม เราสามารถเหวี่ยงให้หมาไล่กวดในพื้นที่จำกัดได้ เราสามารถใช้เล่นเพื่อตอบสนองสัญชาตญาณการไล่ ไปพร้อม ๆ กับการฝึกการยับยั้งชั่งใจ (Impulse Control) ได้ด้วยครับ
- ปาบอล/Frisbee (Fetch): เกมที่หลายบ้านชอบเล่นกัน แน่นอนว่าเกมนี้ตอบโจทย์ความต้องการในการไล่ของหมาได้ แต่อย่าแค่ปาออกไปอย่างเดียวนะครับ ให้ความสำคัญกับการที่เขาเอากลับมาให้เราด้วย
- เล่นซ่อนหา (Hide & Seek): ให้โยนขนมออกไปไกลตัวให้หมาไปกิน และวิ่งหนีระหว่างที่หมากินเพื่อชวนให้หมาไล่ ให้ขนมเยอะ ๆ เมื่อเขามาถึง นอกจากจะตอบโจทย์การไล่ของหมาแล้ว ยังเสริมให้การเรียกกลับมานั้นง่ายขึ้นด้วย
2. ตอบโจทย์สัญชาตญาณการเคี้ยว
การเคี้ยวไม่ใช่แค่เรื่องของความสนุก แต่เป็นกลไกทางชีววิทยาในการลดความเครียด งานวิจัยพบว่าการเคี้ยว (Chewing) ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphins) และเซโรโทนิน (Serotonin) ในสมองหมา ดังนั้น หมาที่มีความเครียด วิตกกังวล หรือเบื่อหน่าย จึงมักจะหันไปหาอะไรมากัดเพื่อ “บำบัดตัวเอง” (Self-soothing) เราตอบโจทย์นี้ได้ด้วยการจัดสรรของเล่นแทะให้เขาครับ เช่น
- ของเล่นแทะต่าง ๆ: มีให้เลือกมากมาย และหลากหลายวัสดุ เลือกชิ้นใหญ่ ๆ ที่หมากลืนไม่ได้ และทำจากวัสดุที่ปลอดภัยกับหมา มีติดบ้านไว้หลาย ๆ แบบเพื่อให้เขาได้แทะเล่นแก้เครียด
- ผักแช่แข็ง: แตงกวา และแครอทคือผักที่น่าแทะ และพลังงานต่ำ คือสามารถใหเได้บ่อย ๆ โดยที่หมาไม่อ้วน ยิ่งถ้าเอาไปแช่ช่องฟรีสก่อนให้จะทำให้หมาได้ใช้เวลานานขึ้นด้วย
- ยางสำหรับหมา: เลือกของเล่นที่ระบุว่าทำจากวัสดุที่ปลอดภัยกับหมา (เช่น แบรนด์ KONG หรือ Westpaw) ส่วนใหญ่จะมีการรับประกันความทนทานและมีแถบสีเตือนความปลอดภัยด้านใน ของเล่นเหล่านี้ไม่มีสังกะสีออกไซด์และสาร PAHs ที่เป็นอันตราย หลายอันใส่อาหารไว้ข้างในได้เพื่อดึงดูดให้หมาเล่นมากขึ้น
3. ตอบโจทย์สัญชาตญาณการดม
ในรูปแบบเดียวกันกับที่เราใช้สายตาเป็นประสาทหลักในการสำรวจโลก โลกของหมาคือโลกแห่งการดม การดมนั้นเป็นกิจกรรมที่ทั้งผ่อนคลาย และกระตุ้นสมองหมาได้มาก ๆ การจัดสรรโอกาสให้หมาได้ดมอะไรเยอะ ๆ ช่วยป้องกันได้ทั้งความเครียด และความเบื่อหน่าย
- การเดินดม: เวลาเดินด้วยกันนั้นถ้าเรามองว่าแค่เป็นการออกกำลังกาย เราจะพลาดโอกาสสำคัญสำหรับหมาไป นั่นคือการการดม เพราะสำหรับมาส่วนใหญ่การได้ดมโลกภายนอกนั้นสนุกมากกว่าแค่เดินไปตามจุดหมายต่าง ๆ ระหว่างเดินปล่อยให้หมาดมบ่อย ๆ และให้หมาเป็นฝ่ายกำหนดทิศทางบ้าง เพื่อให้เขามีความสุขกับการเดิน และได้ออกกำลังกายสมองผ่านการดมมากขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าหมาจะไม่เหนื่อย เพราะการดมนั้นทำหมาเหนื่อยสมองได้เร็วกว่าการเดินไปเรื่อย ๆ มาก ๆ
- โปรยอาหาร: แทนที่จะใส่จานการโปรยอาหารตามพื้นนั้นเป็นการส่งเสริมให้หมาใช้จมูกในการหาอาหาร อาจจะใช้พื้นที่ในบ้านซ่อน ๆ เม็ดอาหารไว้บ้าง หรืออาจจะใช้พรมสำหรับโปรยอาหาร (Snuffle Mat) ด้วยก็ได้
ตอบโจทย์ความต้องการหมาที่ไม่ใช่ล้อรถ
ยางรถยนต์คือสิ่งมหัศจรรย์ที่กระตุ้นทุกโสตประสาท เป็นทั้งเหยื่อที่ท้าทายและแหล่งข้อมูลที่น่าค้นหา มันคือผลลัพธ์ของวิวัฒนาการนับล้านปีที่ยังคงทำงานอยู่ในหมาไม่ว่าเราจะเลี้ยงเขาแบบไหน
ในฐานะผู้ปกครองหน้าที่ของเราคือการเสนอทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัยกว่ายางรถ แต่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเขาได้เหมือนกัน กิจกรรมส่งเสริมสัญชาตญาณต่าง ๆ นั้นไม่ใช่แค่เพื่อความปลอดภัยของเขาเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมเต็มความสุขทางใจให้เขาได้ปลดปล่อยสัญชาตญาณอย่างเต็มที่ด้วยครับ ให้เขาได้เป็น “หมา” ที่มีความสุขและปลอดภัยกันครับ
ทำไมหมาหมายตัวชอบไล่รถ ? และในขณะเดียวกันทำไมหมาชอบหมกมุ่นกับล้อรถนัก ?
เมื่อสัญชาตญาณโบราณมาอยู่ในโลกยุคใหม่
ไม่ว่าเราจะเลี้ยงหมาแบบไหน โครงสร้างสมองของเขาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของนั้นยังไงความอยู่รอดขึ้นอยู่กับความสามารถในการดมกลิ่นอาหารในระยะไกล การตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และการกัดฉีกซากสัตว์เพื่อกินเนื้อ
แต่ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์(Anthropocene) สัญชาตญาณเหล่านี้ไม่ได้หายไปแต่ถูก “เปลี่ยนเป้าหมาย” ไปยังสิ่งที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งยางรถยนต์ดันมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็น “เหยื่อในอุดมคติ” ในสายตาของหมา:
- มันมีกลิ่นซับซ้อน (เหมือนซากสัตว์หรืออาณาเขตของศัตรู)
- มันเคลื่อนที่ได้ (เหมือนสัตว์หนีการไล่ล่า)
- มันมีเนื้อสัมผัสสู้ฟัน (เหมือนหนังและกล้ามเนื้อของเหยื่อ)
นี่คือสิ่งที่นักวิชาการเรียกว่า “Triad of Attraction” หรือสามเหลี่ยมแห่งแรงดึงดูด ที่ทำให้ยางรถยนต์นั้นน่าสนใจสำหรับหมามาก ๆ
ยางรถยนต์คือ Social Network ชั้นดี
สำหรับมนุษย์เรายางรถยนต์ก็แค่ก้อนยางสกปรก แต่สำหรับหมาที่มีเซลล์รับกลิ่นมากถึง 300 ล้านเซลล์ยางรถยนต์คือแหล่งข้อมูลมหาศาลครับ
ยางรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมีรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมาก ขณะที่รถวิ่งไปตามถนน ยางจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่กวาดเก็บตัวอย่างทางชีวภาพจากทุกที่ที่มันผ่านไปโดยเฉพาะ
- ซากแมลงและสัตว์เล็ก: คราบเลือดแห้งหรือซากแมลงที่ติดอยู่ตามดอกยาง ส่งกลิ่นที่กระตุ้นสัญชาตญาณการกินซาก (Scavenging Instinct) แม้เราจะไม่ได้กลิ่น แต่หมาได้กลิ่นชัดเจนครับ
- กลิ่นขยะและอาหารตามท้องถนน: เศษขยะ เศษอาหารที่อยู่ตามท้องถนนที่โดนรถเหยียบ แม้วัตถุจะไม่ติดมาด้วย แต่กลิ่นที่ติดมานั้นเพียงพอจะดึงดูดความสนใจหมาหลาย ๆ ตัวเรียบร้อยแล้ว
- ปัสสาวะของสัตว์อื่น: ความน่าดึงดูดของยางรถยนต์นี้ทำให้หมาตัวอื่น (และสัตว์อื่น เช่น แมว จิ้งจอก) เองก็ติดใจ พร้อมใจกันมาฉี่รดเวลาที่อยู่ในลานจอดรถ
ด้วยความที่รถเคลื่อนที่ระยะไกล กลิ่นเหล่านี้ในแต่ละวันจะถูกสะสมไว้จำนวนมาก และเมื่อหมาของเราไปดมล้อรถที่เพิ่งกลับมาบ้าน เขาไม่ได้แค่ดมยาง แต่เขากำลังเสพข้อมูลที่น่าสนใจจำนวนมากทั้งเศษอาหารที่รถผ่านทั้งหมด และข้อมูลที่บอกว่ามีหมาตัวไหน สัตว์อะไร เพศอะไร อารมณ์ยังไง ได้ผ่านรถคันนี้บ้าง บวกกับความที่รถยนต์นั้นเคลื่อนที่นั่นทำให้ยางรถยต์ทำหน้าที่เหมือน Social Network ชั้นดี
กลิ่นเคมีเลียนแบบธรรมชาติ (Chemical Mimicry)
นอกจากกลิ่นชีวภาพแล้ว ตัวยางเองยังปล่อยสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) เช่น เบนซีน (Benzene) และโทลูอีน (Toluene) ซึ่งสำหรับจมูกมนุษย์มันคือกลิ่นฉุน แต่ในระดับโมเลกุล สารประกอบกำมะถันที่ใช้ในกระบวนการผลิตยาง (Sulfur curing agents) มีโครงสร้างคล้ายกับสารเคมีในต่อมกลิ่นของสัตว์บางชนิด เช่น สกั้นค์ หรือฟีโรโมนของสัตว์ป่า
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหมาบางตัวถึงชอบเอาตัวไป “เกลือกกลิ้ง” (Scent Rolling) บนยางรถยนต์เก่าๆ พฤติกรรมนี้สันนิษฐานว่าทำไปเพื่อ “พรางกลิ่นตัว” ของตัวเองด้วยกลิ่นที่รุนแรงกว่า เพื่อให้เหยื่อจับไม่ได้เวลาออกล่า หรือเพื่อนำกลิ่นแปลกใหม่กลับไปอวดเพื่อนนั่นเองครับ
ทำไมชอบไล่รถ ?
ส่วนที่อันตรายที่สุดของความหลงใหลนี้คือการไล่กวดรถขณะวิ่งครับ พฤติกรรมนี้ไม่ใช่ความก้าวร้าวเสมอไป แต่มันคือลำดับของการล่าเหยื่อ (Predatory Sequence) ที่ฝังอยู่ในสัญชาตญาณ
ในหมาป่า วงจรนี้ประกอบด้วย: จ้องมอง -> ย่อง -> ไล่ -> งับ -> ฆ่า -> ฉีกกิน โดยสำหรับหมาแต่ละสายพันธ์จะมีความแตกต่างจากวงจรนี้เล็กน้อย เช่น:
- กลุ่มต้อนแกะ (Herding Breeds) เช่น บอร์เดอร์ คอลลี่: จะเน้นการ “จ้อง” และ “ไล่” เพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ สำหรับพวกเขา ล้อรถที่หมุนด้วยความเร็วคือแกะที่ดื้อรั้นและต้องถูกควบคุมให้หยุด
- กลุ่มล่าด้วยสายตา (Sighthounds) เช่น เกรย์ฮาวด์: เน้นการ “ไล่” และ “งับ” พวกเขาถูกกระตุ้นด้วยความเร็ว (Velocity) ยิ่งรถวิ่งเร็ว ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณให้ต้องไล่ตามให้ทัน
- กลุ่มเทอร์เรีย (Terriers): มีวงจรครบไปจนถึงการ “ฆ่า” และ “ฉีกกิน” หมากลุ่มนี้เมื่อไล่ทันแล้วมักจะพยายามกัดและสะบัด (Shake) ซึ่งเป็นอันตรายมากหากทำกับล้อรถ
สิ่งที่เราต้องระวังคือภาวะที่เรียกว่า Predatory Drift หรือการ”ลื่นไหล”ไปตามลำดับการล่าโดยไม่ตั้งใจ เช่น หมาอาจจะเริ่มจากการวิ่งไล่รถเล่นๆ ด้วยความสนุก แต่เมื่อล้อรถมีการเคลื่อนไหวแบบคาดไม่ถึง หรือมีเสียงกรวดกระเด็น (คล้ายเสียงเหยื่อหนี) สมองส่วนสัญชาตญาณอาจสับสวิตช์จาก “การเล่น” เป็น “การฆ่า” ทันทีโดยที่หมาเองก็ควบคุมไม่ได้ นี่คือสาเหตุที่หมาที่ปกติเรียบร้อย อาจจะกระโจนเข้าใส่ล้อรถจนเกิดอุบัติเหตุได้ครับ
ทำไมหมาชอบกัดยาง ?
เมื่อหมาได้ครอบครองยางรถยนต์แล้ว (ไม่ว่าจะยางเก่าในสวน หรือของเล่นยาง) ทำไมพวกเขาถึงชอบกัดมันนัก?
1. ความรู้สึกเหมือนกัดเนื้อ
ในทางประสาทสัมผัสวิทยา (Sensory Science) ยางมีความยืดหยุ่น (Elasticity) และแรงต้าน (Resistance) ที่ใกล้เคียงกับผิวหนังและกล้ามเนื้อของสัตว์มากที่สุดครับ เวลาที่หมากัดลงไป ยางจะยุบตัวแล้วเด้งสู้ฟัน (Rebound) ความรู้สึกนี้ไปกระตุ้นตัวรับความรู้สึกที่รากฟันและเหงือก เลียนแบบความรู้สึกตอนที่บรรพบุรุษของเขากำลังฉีกทึ้งเหยื่อ
ความหมกมุ่นนี้ต้องจัดการอย่างไร ?
ถึงไม่ต้องบอกเจ้าของทุกท่านก็น่าจะทราบดีว่าความหมกมุ่นในยางรถของหมานี้ไม่ใช่รสนิยมที่ปลอดภัย ทั้งสารพิษจากการผลิต ความเสี่ยงต่อการติดคอ และทางเดินอาหาร และที่สำคัญที่สุดคืออันตรายจากการวิ่งไล่รถ
แน่นอนว่าเราไม่สามารถ (และไม่ควร) ไปพยายามกดสัญชาตญาณของหมาครับ แต่หน้าที่ของเราคือการ “เบี่ยงเบน” (Redirect) ความต้องการนั้นไปสู่สิ่งที่ปลอดภัยกว่า
1. ตอบโจทย์สัญชาตญาณการไล่
สำหรับหมาที่ชอบวิ่งไล่ อาจมีพลังงานเหลือและสัญชาตญาณการล่าสูง ลองหากิจกรรมเหล่านี้มาทดแทนครับ:
- กีฬา Treibball (Urban Herding): นี่คือกีฬาที่ให้หมา “ต้อนลูกบอลยักษ์” (ลูกบอลออกกำลังกาย) เข้าโกล มันตอบโจทย์หมาสายพันธุ์ต้อนแกะที่ชอบควบคุมการเคลื่อนที่ โดยที่หมาจะได้ใช้ทักษะการจ้องและดัน โดยไม่ต้องเสี่ยงโดนรถทับ
- ไม้ตกหมา (Flirt Pole): สำหรับหมาที่ชอบไล่และงับ อุปกรณ์นี้เป็นไม้ที่มีเชือกผูกเหยื่อปลอม เราสามารถเหวี่ยงให้หมาไล่กวดในพื้นที่จำกัดได้ เราสามารถใช้เล่นเพื่อตอบสนองสัญชาตญาณการไล่ ไปพร้อม ๆ กับการฝึกการยับยั้งชั่งใจ (Impulse Control) ได้ด้วยครับ
- ปาบอล/Frisbee (Fetch): เกมที่หลายบ้านชอบเล่นกัน แน่นอนว่าเกมนี้ตอบโจทย์ความต้องการในการไล่ของหมาได้ แต่อย่าแค่ปาออกไปอย่างเดียวนะครับ ให้ความสำคัญกับการที่เขาเอากลับมาให้เราด้วย
- เล่นซ่อนหา (Hide & Seek): ให้โยนขนมออกไปไกลตัวให้หมาไปกิน และวิ่งหนีระหว่างที่หมากินเพื่อชวนให้หมาไล่ ให้ขนมเยอะ ๆ เมื่อเขามาถึง นอกจากจะตอบโจทย์การไล่ของหมาแล้ว ยังเสริมให้การเรียกกลับมานั้นง่ายขึ้นด้วย
2. ตอบโจทย์สัญชาตญาณการเคี้ยว
การเคี้ยวไม่ใช่แค่เรื่องของความสนุก แต่เป็นกลไกทางชีววิทยาในการลดความเครียด งานวิจัยพบว่าการเคี้ยว (Chewing) ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphins) และเซโรโทนิน (Serotonin) ในสมองหมา ดังนั้น หมาที่มีความเครียด วิตกกังวล หรือเบื่อหน่าย จึงมักจะหันไปหาอะไรมากัดเพื่อ “บำบัดตัวเอง” (Self-soothing) เราตอบโจทย์นี้ได้ด้วยการจัดสรรของเล่นแทะให้เขาครับ เช่น
- ของเล่นแทะต่าง ๆ: มีให้เลือกมากมาย และหลากหลายวัสดุ เลือกชิ้นใหญ่ ๆ ที่หมากลืนไม่ได้ และทำจากวัสดุที่ปลอดภัยกับหมา มีติดบ้านไว้หลาย ๆ แบบเพื่อให้เขาได้แทะเล่นแก้เครียด
- ผักแช่แข็ง: แตงกวา และแครอทคือผักที่น่าแทะ และพลังงานต่ำ คือสามารถใหเได้บ่อย ๆ โดยที่หมาไม่อ้วน ยิ่งถ้าเอาไปแช่ช่องฟรีสก่อนให้จะทำให้หมาได้ใช้เวลานานขึ้นด้วย
- ยางสำหรับหมา: เลือกของเล่นที่ระบุว่าทำจากวัสดุที่ปลอดภัยกับหมา (เช่น แบรนด์ KONG หรือ Westpaw) ส่วนใหญ่จะมีการรับประกันความทนทานและมีแถบสีเตือนความปลอดภัยด้านใน ของเล่นเหล่านี้ไม่มีสังกะสีออกไซด์และสาร PAHs ที่เป็นอันตราย หลายอันใส่อาหารไว้ข้างในได้เพื่อดึงดูดให้หมาเล่นมากขึ้น
3. ตอบโจทย์สัญชาตญาณการดม
ในรูปแบบเดียวกันกับที่เราใช้สายตาเป็นประสาทหลักในการสำรวจโลก โลกของหมาคือโลกแห่งการดม การดมนั้นเป็นกิจกรรมที่ทั้งผ่อนคลาย และกระตุ้นสมองหมาได้มาก ๆ การจัดสรรโอกาสให้หมาได้ดมอะไรเยอะ ๆ ช่วยป้องกันได้ทั้งความเครียด และความเบื่อหน่าย
- การเดินดม: เวลาเดินด้วยกันนั้นถ้าเรามองว่าแค่เป็นการออกกำลังกาย เราจะพลาดโอกาสสำคัญสำหรับหมาไป นั่นคือการการดม เพราะสำหรับมาส่วนใหญ่การได้ดมโลกภายนอกนั้นสนุกมากกว่าแค่เดินไปตามจุดหมายต่าง ๆ ระหว่างเดินปล่อยให้หมาดมบ่อย ๆ และให้หมาเป็นฝ่ายกำหนดทิศทางบ้าง เพื่อให้เขามีความสุขกับการเดิน และได้ออกกำลังกายสมองผ่านการดมมากขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าหมาจะไม่เหนื่อย เพราะการดมนั้นทำหมาเหนื่อยสมองได้เร็วกว่าการเดินไปเรื่อย ๆ มาก ๆ
- โปรยอาหาร: แทนที่จะใส่จานการโปรยอาหารตามพื้นนั้นเป็นการส่งเสริมให้หมาใช้จมูกในการหาอาหาร อาจจะใช้พื้นที่ในบ้านซ่อน ๆ เม็ดอาหารไว้บ้าง หรืออาจจะใช้พรมสำหรับโปรยอาหาร (Snuffle Mat) ด้วยก็ได้
ตอบโจทย์ความต้องการหมาที่ไม่ใช่ล้อรถ
ยางรถยนต์คือสิ่งมหัศจรรย์ที่กระตุ้นทุกโสตประสาท เป็นทั้งเหยื่อที่ท้าทายและแหล่งข้อมูลที่น่าค้นหา มันคือผลลัพธ์ของวิวัฒนาการนับล้านปีที่ยังคงทำงานอยู่ในหมาไม่ว่าเราจะเลี้ยงเขาแบบไหน
ในฐานะผู้ปกครองหน้าที่ของเราคือการเสนอทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัยกว่ายางรถ แต่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเขาได้เหมือนกัน กิจกรรมส่งเสริมสัญชาตญาณต่าง ๆ นั้นไม่ใช่แค่เพื่อความปลอดภัยของเขาเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมเต็มความสุขทางใจให้เขาได้ปลดปล่อยสัญชาตญาณอย่างเต็มที่ด้วยครับ ให้เขาได้เป็น “หมา” ที่มีความสุขและปลอดภัยกันครับ