Social Icons
ข้ามไปยังเนื้อหา
อยู่บ้านติดพ่อ ออกนอกบ้านติดแม่ : หมาพึ่งพาใครตอนที่กลัว

อยู่บ้านติดพ่อ ออกนอกบ้านติดแม่ : หมาพึ่งพาใครตอนที่กลัว

อ่าน 4 นาที โดย

หมาเลือกยังไงว่าคนไหนในบ้านพึ่งพาได้ ?

ถ้าถามคนเลี้ยงหมาว่า “ในบ้านหมาติดใครที่สุด?” หลายคนคงนึกถึงคนที่ให้ข้าวทุกมื้อ คนที่ซื้อขนมมาเปย์บ่อยๆ หรือคนที่พาไปเดินเล่นทุกวัน

แต่งานวิจัยทางพฤติกรรมสัตว์กลับบอกเรื่องที่ทำให้เราต้องประหลาดใจ: หมาไม่ได้เลือกที่พึ่งทางใจจากปริมาณข้าวหรือเวลาที่อยู่ด้วยกัน แต่เขาเลือกจาก “คนที่เขาผ่านความกลัวได้”

สารบัญ (7 หัวข้อ)

ข้าวและเวลา ไม่ใช่ตัวตัดสินความผูกพัน

ความคิดแรกของเรามักจะเป็น “ใครเลี้ยง ข้าวใครกิน หมาก็รักคนนั้น” แต่ในทางวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้ถูกทดลองมาแล้ว

ในการทดลองเลี้ยงลูกหมาด้วยเครื่องป้อนอาหารอัตโนมัติ โดยไม่เคยได้รับอาหารจากมือมนุษย์เลยแม้แต่มื้อเดียว พบว่าลูกหมาเหล่านั้นก็ยังวิ่งเข้าหาและผูกพันกับคนเลี้ยงไม่ต่างจากลูกหมาที่คนป้อนด้วยมือ อาหารจึงเป็นตัวกระตุ้นความชอบ แต่ไม่ใช่เงื่อนไขที่ขาดไม่ได้ในการสร้างความผูกพัน

ส่วนเรื่อง “เวลา” งานวิจัยในสุนัขโตตามศูนย์พักพิงพบว่า เพียงแค่คนแปลกหน้าเข้ามาปฏิสัมพันธ์อย่างนุ่มนวลเพียง 3 ครั้ง ครั้งละ 10 นาที (รวมแค่ 30 นาที) สุนัขก็เริ่มแสดงพฤติกรรมเลือกเข้าหาคนๆ นั้นและเริ่มเมินคนแปลกหน้าคนอื่นแล้ว ความผูกพันลึกซึ้งจึงไม่จำเป็นต้องสะสมเวลานานเป็นปีๆ อย่างที่เราคิด

แยกให้ออกระหว่าง “คนที่ชอบ” กับ “คนที่พึ่งพาได้”

การชอบกับพึ่งพาได้นั้นไม่เหมือนกัน หมาอาจจะชอบใครก็ได้ ตามติดคนใหม่ได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่เป็นตัวบอกจริง ๆ ว่าเขารักใครคือการเป็นคนที่เขาพึ่งพาได้

  1. ความชอบในเวลาปกติ (Preference): เกิดจากสิ่งล่อใจ ตื้น และเปลี่ยนได้เร็วมาก ในห้องทดลอง ถ้าเจ้าของยืนอยู่นิ่งๆ แต่มีคนแปลกหน้านั่งลูบตัวหมา หมาพร้อมจะลุกจากเจ้าของเดินไปหาคนแปลกหน้าทันทีเพื่อรับสัมผัส และถ้าอยู่ในบ้านที่คุ้นเคย หมาอาจใช้เวลานอนคลอเคลียคนแปลกหน้ามากกว่าเจ้าของด้วยซ้ำ การที่หมาไปนอนพิงขาแขกที่มาเยี่ยมบ้านทั้งบ่าย จึงไม่ได้แปลว่าเขารักแขกมากกว่าเรา แต่มันเป็นแค่ความชอบชั่วคราวตามสิ่งบันเทิงตรงหน้า
  1. ความผูกพันในฐานะที่พึ่ง (Attachment): สิ่งนี้จะสวิตช์ทำงานเฉพาะตอนที่หมา “รู้สึกไม่ปลอดภัย” เท่านั้น

“เจ้าของตัวจริง” จะปรากฏตัว… ในวันที่เขากลัว

งานวิจัยจากฮังการีได้เปรียบเทียบพฤติกรรมของสุนัขระหว่าง “เจ้าของ” กับ “คนที่หมารู้จักดี” ในหลายๆ สถานการณ์

ในเวลาปกติ เช่น ตอนบอกให้นั่ง ตอนให้อาหาร หรือตอนจับตัว สุนัขปฏิบัติต่อทั้งสองคนแทบไม่ต่างกันเลย แต่ทันทีที่เกิดเหตุการณ์ตื่นตระหนก ตอนเจ้าของเดินจากไป, ตอนมีคนแปลกหน้าท่าทางคุกคามเดินเข้ามา หรือตอนอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย สุนัขจะเมินคนที่แค่รู้จักทันที แล้วเข้าหาเจ้าของเพื่อใช้เป็นที่พึ่งทางใจ

อยู่บ้านติดพ่อ นอกบ้านติดแม่: หลายบ้านอาจจะเคยเจอหมาที่ติดคนใดคนหนึ่งในบ้านมาก วิ่งตาม วิ่งไปคาบของเล่นมาให้ตลอดเวลา แต่พอออกนอกบ้านไปสวนกลับกลายเป็นติดอีกคนหนึ่งแทน สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะคนที่ติดในบ้านอาจจะเป็นคนที่เล่นด้วยสนุกกว่า แต่พอออกนอกบ้านสภาพแวดล้อมใหม่ที่มีความน่ากังวลกว่า หมาจะเลือกที่จะเข้าหาอีกคนเพราะจริง ๆ แล้วคนนี้แม้จะไม่สนุกเท่าไหร่ แต่เขานิ่งกว่าและทำให้หมารู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่ด้วย

เขาจำได้ว่า… ใครช่วยบรรเทาความกลัวให้เขา

ตัวตัดสินว่าใครจะได้เป็น “ที่พึ่งสูงสุด” ของหมา คือ สถิติความทรงจำว่า ใครทำให้เขาสงบลงได้ในเวลาที่เขากลัว

ในการทดลองไขปริศนาโจทย์ยากๆ แค่เจ้าของนั่งเงียบๆ อยู่ในห้อง หมาจะมีกำลังใจพยายามแก้โจทย์ได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าเปลี่ยนเอาคนแปลกหน้ามานั่งแทน สุนัขจะถอดใจอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การลูบสัมผัสอย่างนุ่มนวลและใจเย็น สามารถลดระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ในเลือดของสุนัขได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการพูดคุยด้วยน้ำเสียงเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่แยกหมาที่มีความผูกพันอย่างมั่นคง ออกจากหมาที่วิตกกังวล ไม่ใช่ว่าเจ้าของรักเขามากแค่ไหน หรือให้อาหารแพงเท่าไหร่ แต่มันคือ “เจ้าของรับมือได้ดีแค่ไหน ในวินาทีที่หมากลัว“

คนที่หมาเลือกเป็นที่พึ่ง คือคนที่อยู่ตรงนั้น นิ่งพอที่จะไม่เพิ่มความตื่นตระหนก และสัมผัสตัวเขาในแบบที่ดึงสติเขากลับมาได้ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนสมองของหมาบันทึกว่า คนๆ นี้คือจุดที่ความกลัวจบลง

แล้วถ้าในบ้านมีหลายคน หมาจัดอันดับพวกเรายังไง?

งานวิจัยเกี่ยวกับบ้านที่มีสมาชิกหลายคนพบข้อมูลที่น่าสนใจ 2 ข้อ:

  1. ถ้าคนหนึ่งทำทุกอย่าง แต่อีกคนไม่เคยช่วยดูแลเลย: หมาจะมองคนที่ไม่ช่วยดูแลว่ามีค่าเท่ากับ “คนแปลกหน้า” แม้จะนอนร่วมบ้านกันมาเป็นปีก็ตาม
  1. ถ้าทุกคนช่วยกันดูแลพอๆ กัน: หมาจะไม่จัดอันดับใครเป็นที่หนึ่งหรือที่สอง แต่จะมองทุกคนเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งหมด

และอันดับนี้ เปลี่ยนได้เสมอ มีงานวิจัยที่ให้เด็กๆ ในบ้านเข้ามาทำกิจกรรมกับสุนัขอย่างถูกวิธีอย่างต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ โดยเน้นการสื่อสารที่นิ่ง สงบ และตอบสนองต่อสุนัขอย่างเหมาะสม ผลปรากฏว่าจำนวนสุนัขที่ยึดถือเด็กคนนั้นเป็น “ที่พึ่งทางใจที่มั่นคง” เพิ่มขึ้นถึงสองเท่า

สัญญาณที่เรามักเข้าใจผิด

  • การวิ่งมาต้อนรับอย่างบ้าคลั่ง / การเดินตามเข้าห้องน้ำ / การมานอนเกยเท้า: สัญญาณเหล่านี้เป็นเรื่องของความชอบ ความตื่นเต้น หรือพฤติกรรมตามติดในเวลาปกติ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งจริง ๆ แบบที่หมาจะเลือกพึ่งพาในยามวิกฤต
  • หมาที่เฟรนลี่ เข้าหาทุกคนเท่ากันหมด: ในมุมมองคนเลี้ยงอาจดูเหมือนหมาอารมณ์ดีรักทุกคน แต่ในสุนัขผ่านการเลี้ยงดูบางประเภท (เช่น หมาศูนย์พักพิง) การเข้าหาทุกคนอย่างเท่าเทียม อาจหมายถึงการที่เขายัง “ไม่มีใครสักคนให้ยึดเหนี่ยวเป็นที่พึ่งทางใจที่แท้จริง” (Disinhibited Attachment)

ทำอย่างไรให้เรากลายเป็นคนที่หมาพึ่งพาได้

หากคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่คนที่หมาเลือก นี่คือข่าวดี คุณไม่จำเป็นต้องไปแย่งชิงตำแหน่งด้วยการประเคนขนมเพิ่ม หรือพยายามซื้อของเล่นใหม่ๆ มาเอาใจ

สิ่งที่ต้องเปลี่ยนมีเพียงอย่างเดียว คือ “การเป็นสติให้เขาในวันที่เขาตื่นตระหนก”

ในวันที่ฟ้าร้อง ในวันที่พาไปหาหมอ หรือในวันที่เขาตกใจเสียงประทัด อย่าเพิ่งรีบสติแตกไปกับเขา อย่าใช้เสียงสูงโวยวายด้วยความสงสาร แต่จงเป็นคนที่ยืนอยู่อย่างมั่นคง สัมผัสเขาด้วยน้ำหนักที่นิ่ง สงบ และเป็นที่ที่ทำให้เขารู้สึกว่า เมื่อมาอยู่ข้างๆ คนๆ นี้แล้ว… ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะทำร้ายเขาได้อีก

Avatar

Nattawut Hansuwat

ที่ Dogology เราฝึกหมาเพื่อการใช้ชีวิตร่วมกัน ฝึกโดยคนที่รักหมา ด้วยวิธีการฝึกที่สนุก และอิงหลักวิทยาศาสตร์

Next step

เริ่มต้นจากการเข้าใจหมาของเรา

สำรวจ 16 Mindset ของหมากับได้ฟรี หรือเริ่มเรียนรู้พื้นฐานกับคอร์ส Dogology 101