Table of Contents

วินาทีที่เดินเล่นอยู่แล้วกระรอกวิ่งตัดหน้า หมาเราก็เหมือนถูกผีเข้าหูตั้ง หางตั้ง พยายามพุ่งไปหากระรอกนั้นโดยไม่สนอะไรแล้ว ไม่ว่าเราจะเรียกชื่อเขาเสียงดังแค่ไหน เอาขนมที่อร่อยที่สุดในโลกมาล่อ หรือแม้แต่การกระตุกสายจูง ไม่ทำให้เขากลับมามีสติไม่ได้ มีใครคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้บ้างไหมครับ ?

การที่อยู่ดี ๆ เราก็กลายเป็นวิญญาณไร้ความหมายในวินาทีนั้น เป็นหนึ่งในเรื่องที่หงุดหงิดใจที่สุดเลย แต่ปัญหานี้ก็ไม่ได้แปลว่าหมาของเราดื้อ หรือไม่รักเรา แต่จริง ๆ คือเขาไม่รับรู้การมีอยู่ของเราจริง ๆ นั่นแหละ และมันคือสัญญาณว่าเขายังขาดทักษะชีวิตที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง นั่นคือ การปล่อยวาง (Disengagement)

วันนี้ผมอยากจะมาชวนรู้จักทักษะสำคัญนี้ และกิจกรรมง่ายๆ ที่จะช่วยให้เราสอนหมาให้รู้จักปล่อยวางสิ่งเร้าตรงหน้า แล้วหันกลับมาสนใจเราได้ง่ายขึ้น

Disengagement ไม่ใช่การบังคับ แต่คือการ “เลือก” ที่จะเมินเฉย

Disengagement หรือการปล่อยวาง ไม่ใช่การสั่ง “ไม่ ไม่ ไม่!” หรือกระชากสายจูงเพื่อบังคับให้หมาเลิกสนใจสิ่งนั้น การทำแบบนั้นอาจได้ผลในสถานการณ์ แต่ไม่ได้สร้างการเรียนรู้ หมายความว่าเราก็ต้องทำแบบนั้นซ้ำ ๆ อยู่นั่นแหละ

แต่ทักษะ Disengagement ที่แท้จริงคือการสอนให้หมาสามารถตัดสินใจ เลือก ที่จะเมินสิ่งเร้านั้นๆ ด้วยตัวเอง มันคือความสามารถในการ “เห็นแต่ไม่แคร์” เขารับรู้ว่ามีสิ่งน่าสนใจหรือน่ากังวลอยู่ตรงนั้น แต่หมาก็สามารถประเมินสถานการณ์แล้วตัดสินใจได้ว่า สิ่งนั้นไม่สำคัญเท่ากับเจ้าของเรา แล้วหันกลับมาหาเราเองด้วยความเต็มใจ

หมาที่มีทักษะ Disengagement ที่ดี จะเป็นหมาที่:

  • เดินผ่านหมาตัวอื่นได้อย่างสงบ
  • มีสมาธิกับการฝึกแม้จะมีสิ่งรบกวน
  • เรียกกลับมาหาได้ง่ายขึ้น แม้กำลังจะวิ่งไปหาเพื่อนหมา
  • ไม่หมกมุ่นกับสิ่งเร้านานเกินไป

นี่เป็นหนึ่งในทักษะชีวิตที่จะทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันของเรากับหมาง่ายขึ้นมาก ๆ

ทำไมหมาออกนอกบ้านถึงชอบว้าวุ่น?

โดยธรรมชาติแล้วการที่หมาของเราออกจากบ้านแล้วว้าวุ่น มีอะไรนิดหน่อยสนใจ ละไม่สามารถละความสนใจจากสิ่งนั้นได้นั้นไม่ได้มาจากความดื้อรั้น แต่เป็นผลลัพธ์จากปัจจัยหลายอย่างที่ทำงานร่วมกันครับ

เหตุผลที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ สมการคุณค่า (The Value Equation) หมากำลังชั่งน้ำหนักอยู่ตลอดเวลาว่าอะไร “คุ้มค่า” กว่ากัน ระหว่างการสนใจสิ่งแวดล้อม กับการสนใจเรา ถ้าการวิ่งไล่กระรอกมันน่าตื่นเต้นกว่าการหันมามองเราแล้วได้ขนมชิ้นเล็กๆ แน่นอนว่าเขาย่อมเลือกวิ่งไล่กระรอกครับ นอกจากนี้การได้ทำตาม สัญชาตญาณ (Instincts) การไล่ล่าหรือระวังภัยก็เป็นสิ่งที่ให้รางวัลตัวเองได้โดยอัตโนมัติ และสุดท้ายคือเป็นผลจาก การทำซ้ำ ๆ (Rehearsal) ที่ผ่านมา ถ้าเขาเคยทำแล้วได้สิ่งที่ต้องการบ่อย ๆ ก็จะยิ่งทำซ้ำ

อีกปัจจัยสำคัญที่ซ่อนอยู่คือ สภาวะของสมอง (Brain State) โดยสมองของหมาสามารถทำงานได้สองโหมดหลักๆ คือ “สมองส่วนคิด” (Thinking Brain) ที่ใช้ในการเรียนรู้และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล มีสติ และ “สมองส่วนตอบสนอง” (Reacting Brain) ที่ทำงานตามสัญชาตญาณเมื่อเจอเรื่องตื่นเต้นหรือน่ากลัว

เมื่อระดับความตื่นตัว (Arousal) ขึ้นสูง สมองของหมาจะสลับไปใช้โหมดตอบสนองโดยอัตโนมัติ ในสภาวะนี้ สมองส่วนคิดที่ใช้ในการควบคุมตัวเองและ “เลือก” ที่จะปล่อยวางจะทำงานได้ไม่ดีนัก นั่นหมายความว่าในขณะที่เขาตื่นเต้นมาก ๆ เขาจะ “ไม่สามารถ” ปล่อยวางได้ ไม่ใช่ว่าเขา “ไม่อยาก” ปล่อยวางครับ

หน้าที่ของเราในฐานะเจ้าของ ก็คือการเปลี่ยนสมการคุณค่านี้เสียใหม่ เราต้องสอนให้เขารู้ว่าการเลือกสนใจเรานี่แหละ คือตัวเลือกที่ดีและคุ้มค่าที่สุดเสมอ และวิธีที่ดีที่สุดในการสอนเรื่องนี้ก็คือการเล่นกับเขาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เขาสามารถอยู่ในสภาวะที่มีสติได้แม้จะมีสิ่งเร้ารอบตัว

3 เกมง่ายๆ สร้างทักษะปล่อยวางให้หมา

ลองเอากิจกรรมเหล่านี้ไปเล่นกับหมาที่บ้านดูครับ ใช้เวลาสั้นๆ แค่วันละ 3-5 นาที แต่ถ้าทำบ่อย ๆ ไม่กี่วันเราก็จะความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนแล้ว

1. กิจกรรม Mouse Game:

เกมนี้คือจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดในการสอนทักษะของการอดใจรอ และการปล่อยวางของที่อยู่ตรงหน้าเพื่อรางวัลที่แน่นอน

  • อุปกรณ์: ขนมที่หมาชอบ
  • วิธีเล่น:
    1. นั่งลงบนพื้นกับหมา วางขนมชิ้นหนึ่งไว้บนพื้น แล้วใช้ฝ่ามือครอบไว้เหมือนกำลังจับเมาส์คอมพิวเตอร์
    2. ในช่วงแรก หมาจะพยายามใช้จมูกดุน, ใช้เท้าตะกุย, หรือเลียมือเราเพื่อจะเอาขนมให้ได้ ให้เราแค่วางมือนิ่งๆ ไว้ ไม่ต้องดุ ไม่ต้องสั่ง
    3. รอจังหวะที่หมาเริ่มถอดใจ หรือปล่อยวาง อาจจะเป็นแค่เสี้ยววินาทีที่เขาถอยจมูกออก, นั่งลง, หรือเบือนหน้าหนี… ทันทีที่เขาทำแบบนั้น ให้เราพูดว่า “ดีมาก!” แล้วเปิดมือให้เขากินขนมเป็นรางวัลทันที
    4. ทำซ้ำ 4-5 ครั้ง แล้วพัก
  • สิ่งที่หมาได้เรียนรู้: หมาเริ่มเข้าใจว่า “การพยายามใช้แรงไม่ได้ผล แต่การถอยออกมาอย่างสงบต่างหากที่จะทำให้ได้รางวัล” นี่คือพื้นฐานของการควบคุมตนเอง (Self-Control) และการปล่อยวาง (Disengagement)

2. เกมสลับของเล่น (Toy Switch): ฝึกปล่อยของเก่าเพื่อสิ่งใหม่ที่ดีกว่า

เกมนี้จะช่วยสอนให้หมารู้จักปล่อยของที่คาบอยู่ เพื่อไปหาสิ่งที่น่าสนุกกว่า เป็นการสร้างทักษะการปล่อยวางโดยตรง

  • อุปกรณ์: ของเล่น 2 ชิ้นที่หมาชอบพอ ๆ กัน และมีลักษณะคล้ายกัน
  • วิธีเล่น:
    1. นั่งเล่นกับหมา เริ่มจากการเล่นของเล่นชิ้นที่ 1 อย่างสนุกสนาน อาจจะเป็นการเล่นชักเย่อเบาๆ
    2. หลังจากเล่นไปสักพัก ให้เราหยุดนิ่งๆ เพื่อให้ของเล่นชิ้นที่ 1 “นิ่ง” หรือ “ไม่สนุก” อีกต่อไป (ของเล่นไม่ขยับคือของเล่นที่น่าเบื่อ)
    3. ทันทีนั้น ให้หยิบของเล่นชิ้นที่ 2 ขึ้นมา แล้วทำให้มันดูน่าสนุกสุดๆ แกว่งไปมา ทำเสียงเล็กเสียงน้อย
    4. เป้าหมายคือทำให้หมาตัดสินใจคายของเล่นชิ้นที่ 1 เพื่อมาเล่นของเล่นชิ้นที่ 2 ที่น่าสนุกกว่า เมื่อเขาคายปุ๊บ ให้เราเล่นของเล่นชิ้นที่ 2 กับเขาทันทีเป็นรางวัล
    5. ทำสลับไปมาเรื่อยๆ อาจจะเพิ่มการพูดคำว่า “ปล่อย” แทรกเข้าไปตอนที่จะให้เขาคายของเล่นก็ได้
  • สิ่งที่หมาได้เรียนรู้: “การปล่อยของที่อยู่ในปาก ไม่ได้หมายความว่าความสนุกจะจบลง แต่มันอาจจะนำไปสู่ความสนุกที่มากกว่าก็ได้!”

3. เกม ‘ช่างมัน’ (Disengage):

ฝึกแก้ปัญหาหมาสติแตก

เกมนี้มีเป้าหมายเพื่อสอนให้หมาเรียนรู้ว่า การละความสนใจจากสิ่งที่น่าตื่นเต้นตรงหน้าแล้วหันกลับมาหาเรานั้น เป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดเสมอ

อุปกรณ์: 

  • หมา (ได้ทุกสายพันธุ์ เพศ และอายุ)
  • ขนม
  • ของเล่นที่เขาชอบในระดับต่างกันกัน
  • สายจูง (ใช้ในขั้นสูง)

ขั้นพื้นฐาน: สร้างแบบแผนการเรียนรู้

  1. เริ่มต้นในสภาพแวดล้อมที่สงบ เช่น ในบ้านที่ไม่มีสิ่งรบกวน
  2. โยนอาหาร 1 ชิ้นออกไปห่างจากตัวเรา รอให้หมาเดินไปกินอาหารชิ้นนั้น
  3. เมื่อหมาหันกลับมามองเราเพื่อดูว่ามีอีกไหม อาศัยจังหวะนั้นถอยหนีเล็กน้อยเพื่อให้หมาตามเรามา
  4. เมื่อหมามาถึงตัวเรา ให้ดีใจใหญ่ ๆ พร้อมกับให้รางวัล 3 ชิ้นขึ้นไป
  5. โยนอาหารออกไป 1 ชิ้นเพื่อเริ่มต้นใหม่
  6. ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง หมาจะเริ่มเรียนรู้แบบแผนว่า “เมื่อกลับมาหาเจ้าของ จะได้รับรางวัลใหญ่”

ขั้นสูง: เพิ่มสิ่งล่อใจเข้ามาในเกม

เมื่อหมาเข้าใจแบบแผนพื้นฐานแล้ว ให้เพิ่มความท้าทายขึ้นเล็กน้อย ในขั้นนี้แนะนำให้ใช้สายจูง

  1. วางสิ่งล่อใจไว้ในระยะห่างจากตัว อาจจะเป็นของเล่น ชามอาหาร หรือแม้แต่ให้เพื่อนมาช่วยเป็นสิ่งล่อใจ (เริ่มจากสิ่งที่น่าสนใจน้อย ๆ และค่อย ๆไต่ระดับขึ้นไป)
  2. โยนอาหาร 1 ชิ้นไปในทิศทางใกล้ๆ กับสิ่งล่อใจนั้น
  3. เมื่อหมากินอาหารเสร็จและหันกลับมาหาเรา ให้เราเดินหนี และให้รางวัลใหญ่เมื่อเขามาถึงเหมือนเดิม (รูปแบบเดียวกับในขั้นแรก)
  4. ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง และค่อย ๆ เพิ่มระดับสิ่งรบกวน จนกระทั่งเอาไปเล่นนอกบ้านได้

    ข้อควรระวัง: 
    – ถ้าหมาเข้าหาสิ่งล่อใจแปลว่ามันยากไป ให้ลดระดับความน่าสนใจของสิ่งล่อลง หรือโยนอาหารให้ห่างจากของสิ่งล่อมากกว่าเดิม
    – ในขั้นนี้แนะนำให้ฝึกในสายจูงเพื่อถ้าหมาตัดสินใจจะสำรวจสิ่งรบกวน เขาจะได้ทำไม่ได้

การนำไปใช้ในชีวิตจริง: ค่อยๆ เพิ่มระดับความท้าทาย

เมื่อหมาของคุณทำได้ดีขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้แล้ว ก็ถึงเวลานำทักษะนี้ไปใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยค่อยๆ เพิ่มระดับความยากไปทีละขั้น:

  • ระดับที่ 1: เล่นในบ้าน โดยใช้สิ่งรบกวนที่จัดสรรเอง
  • ระดับที่ 2: เล่นนอกบ้านในบริเวณที่คุ้นเคย เช่น สวนหลังบ้าน โดยใช้สิ่งรบกวนที่จัดสรรเอง
  • ระดับที่ 2: เล่นนอกบ้านในบริเวณที่คุ้นเคย เช่น สวนหลังบ้าน โดยใช้สิ่งรบกวนจริง
  • ระดับที่ 3: พาไปฝึกในสถานที่จริง แต่เลือกบริเวณที่มีสิ่งรบกวนอยู่ไกลๆ เช่น สวนสาธารณะในมุมที่เงียบ
  • ระดับที่ 4: ขยับเข้าไปใกล้สิ่งรบกวนมากขึ้น เช่น บริเวณใกล้สนามเด็กเล่น
  • ระดับที่ 5: ฝึกในสถานการณ์จริงที่มีสิ่งรบกวนเกิดขึ้นรอบตัว เช่น บริเวณทางเท้าที่มีคนและหมาตัวอื่นเดินผ่าน

สติหมาปัญญาเกิด

การสอนให้หมารู้จักปล่อยวาง ไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะ แต่คือการมอบทักษะชีวิตที่สำคัญให้แก่เขา มันคือการสร้างความเชื่อใจว่าเราคือแหล่งของความสุขและความปลอดภัยที่ดีที่สุด การฝึกทักษะนี้ผ่านเกมง่ายๆ บ่อย ๆ จะค่อยๆ เปลี่ยนหมาที่หูดับง่าย ให้กลายเป็นหมาที่มีสติ และสมาธิกับเราแม้จะมีอะไรมารบกวนก็ตามครับ

เกี่ยวกับ 16 Mindset พื้นฐานของหมา