เคยสงสัยไหมครับว่า หมาเรานั้นเขาจะถนัดซ้ายหรือขวาเหมือนกับมนุษย์เราไหม ? สำหรับมนุษย์อย่างเราเรารู้ว่าส่วนใหญ่จะถนัดขวา แต่สำหรับหมานั้นส่วนใหญ่ ถนัดข้างไหน ? หรือเขาจะมีความถนัดซ้าย/ขวาแบบมนุษย์ไหมนะ ?
สารบัญ (5 หัวข้อ)
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความถนัด
สมองของหมา (และมนุษย์) ถ้าแบ่งออกเป็น 2 ซีกหลักๆ คือสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา โดยเส้นประสาทที่เชื่อมต่อสมองและร่างกายจะมีการไขว้สลับกัน (Contralateral control) นั่นหมายความว่า:
- สมองซีกซ้าย จะเป็นตัวควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและการตอบสนองของร่างกาย ซีกขวา
- สมองซีกขวา จะเป็นตัวควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและการตอบสนองของร่างกาย ซีกซ้าย
ในทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏการณ์ที่สมองข้างใดข้างหนึ่งมีความโดดเด่นในการควบคุมพฤติกรรมบางอย่าง เรียกว่า “Motor Lateralization” หรือการทำงานแบบแบ่งแยกหน้าที่ของสมองซีกซ้ายและขวา การที่หมาตัวหนึ่งเลือกที่จะใช้เท้าหน้าขวาในการตะปบของเล่น หรือใช้เท้าหน้าซ้ายในการก้าวเดินเป็นก้าวแรก ล้วนเป็นภาพสะท้อนของการทำงานในสมองของเขา
สมองทั้งสองซีกของเขาไม่ได้ทำหน้าที่แค่ออกคำสั่งให้กล้ามเนื้อขยับเท่านั้น แต่ยังแยกย้ายกันประมวลผลข้อมูลและอารมณ์ที่แตกต่างกันด้วย
- สมองซีกซ้าย (ควบคุมเท้าขวา): มักจะเกี่ยวข้องกับการประมวลผลอารมณ์ในเชิงบวก ความรู้สึกปลอดภัย การเข้าสังคม การเรียนรู้สิ่งที่เป็นแบบแผน หรือการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เขาคุ้นเคยและรู้สึกสบายใจ
- สมองซีกขวา (ควบคุมเท้าซ้าย): มักจะเกี่ยวข้องกับการประมวลผลอารมณ์ในเชิงลบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอด ความกลัว ความกังวล การตอบสนองต่อสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง หรือการเตรียมพร้อมที่จะหนีหรือต่อสู้ (Fight or flight response)
การที่เราสังเกตเห็นว่าเขาชอบใช้เท้าข้างไหน เราจะเห็นไปด้วยว่าสมองซีกไหนของเขากำลังทำงานอย่างโดดเด่นและมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของเขามากกว่ากัน
หมาส่วนใหญ่ถนัดข้างไหน ?
ประมาณ 90% ของมนุษย์ถนัดขวา และมีเพียง 10% ที่ถนัดซ้าย นักวิวัฒนาการเชื่อว่าสาเหตุที่มนุษย์มีความเอนเอียงไปทางขวาอย่างชัดเจน เป็นเพราะเรามีการพัฒนาภาษาที่ซับซ้อนและการใช้เครื่องมือ ซึ่งศูนย์ควบคุมทักษะเหล่านี้มักจะกระจุกตัวอยู่ในสมองซีกซ้ายของเรา
แต่เมื่อเรานำไม้บรรทัดเดียวกันนี้ไปวัดกับหมา สถิติที่ได้น่าสนใจมากครับ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นที่ทำการทดสอบกับหมาจำนวนหลายพันตัว พบว่าประชากรหมาไม่ได้มีความเอนเอียงไปทางข้างใดข้างหนึ่งอย่างสุดโต่งเหมือนเรา โดยทั่วไปแล้ว ประชากรหมาจะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันมาก ดังนี้:
- หมาที่ถนัดขวา (Right-pawed): มีสัดส่วนประมาณ 30-35%
- หมาที่ถนัดซ้าย (Left-pawed): มีสัดส่วนประมาณ 30-35%
- หมาที่ไม่ถนัดข้างใดเป็นพิเศษ (Ambilateral / Ambidextrous): มีสัดส่วนประมาณ 30-40% ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถใช้ทั้งเท้าหน้าซ้ายและขวาได้ดีพอๆ กัน หรือไม่มีข้างไหนที่เขาชอบใช้เป็นพิเศษอย่างสม่ำเสมอ
เหตุผลที่หมามีการกระจายตัวของความถนัดที่สมดุลกว่ามนุษย์ อาจเป็นเพราะวิถีชีวิตดั้งเดิมของเขาในฐานะสัตว์สี่เท้า การวิ่ง การไล่ล่า และการทรงตัวบนสี่เท้า จำเป็นต้องอาศัยการทำงานที่ประสานกันอย่างสมดุลของร่างกายทั้งสองข้าง เขาไม่จำเป็นต้องใช้มือข้างเดียวในการจับดินสอหรือประดิษฐ์เครื่องมือเหมือนที่เราทำ ดังนั้น สมองของเขาจึงไม่ได้ถูกบีบบังคับจากวิวัฒนาการให้ต้องเทน้ำหนักไปที่การควบคุมร่างกายข้างใดข้างหนึ่งเพียงข้างเดียว
วิธีการทดสอบหาข้างที่ถนัดของหมา
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหมาเราอยู่ถนัดข้างไหน? นักพฤติกรรมสัตว์ได้คิดค้นวิธีการทดสอบที่น่าสนใจและสามารถทำตามได้ง่ายๆ ที่บ้าน ซึ่งเราสามารถนำไปลองทดสอบกับเขาได้เลย
1. การทดสอบด้วยของเล่น (The Kong Test)
นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมและแม่นยำที่สุด วิธีการคือ ให้เรานำของเล่น ที่มีรูตรงกลาง ไปยัดไส้ด้วยอาหารเปียก เนยถั่ว หรือขนมที่เขาชอบ แล้วนำไปแช่แข็งเพื่อให้กินยากขึ้นเล็กน้อย จากนั้นนำมาวางให้เขา เมื่อเขาพยายามจะเลียหรือแทะขนมที่อยู่ข้างใน เขาจะต้องใช้เท้าหน้าข้างใดข้างหนึ่งเหยียบหรือกดของเล่นเอาไว้ไม่ให้กลิ้งหนี ให้เราจดบันทึกว่าเขาใช้เท้าซ้ายหรือเท้าขวาในการจับของเล่นบ่อยกว่ากัน
2. การทดสอบก้าวแรก
การทดสอบนี้ใช้วิธีสังเกตการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของเขา ให้เราเรียกเขาให้มาหาเราจากจุดที่เขากำลังยืนนิ่งๆ หรือตอนที่เขากำลังนั่งอยู่บนพื้นราบๆ สังเกตว่าเมื่อเขาเริ่มออกตัวเดิน ก้าวแรกที่เขายกขึ้นพ้นพื้นคือเท้าหน้าข้างซ้าย หรือเท้าหน้าข้างขวา หมาที่มีความถนัดข้างใดข้างหนึ่งชัดเจน มักจะใช้เท้าข้างนั้นเป็นก้าวนำเสมอเพื่อความมั่นคงในการทรงตัว
แล้วการขอมือใช้ทดสอบได้ไหม ?
หลายคนอาจจะคิดว่าการ “ขอมือ” เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเช็คความถนัด แต่ในทางวิทยาศาสตร์ วิธีนี้มีความคลาดเคลื่อนสูงมาก เพราะเขามักจะเรียนรู้จากการสังเกตเรา ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเป็นคนถนัดขวา เรามักจะยื่นมือขวาออกไปขอจับมือกับเขา เขาจึงปรับตัวโดยการยื่นเท้าซ้ายของเขา (ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับมือขวาของเราพอดี) มาวางบนมือเรา ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ใช่ความถนัดที่แท้จริงของสมองเขา แต่เป็นพฤติกรรมที่เขาเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของเราแทน
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด เราควรสังเกตแต่ละแบบซ้ำๆ หลาย ๆ ครั้งในช่วงเวลาที่ต่างกัน แล้วจดบันทึกสถิติเอาไว้ เพราะหากเราทำแค่ครั้งสองครั้ง มันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ได้
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความถนัดของเขา
ความถนัดซ้ายและขวาของเขาไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแบบสุ่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยทางชีววิทยาและสิ่งแวดล้อมที่เข้ามามีบทบาทด้วย
เพศและฮอร์โมน (Sex and Hormones)
จากการรวบรวมข้อมูลงานวิจัยหลายชิ้น นักวิทยาศาสตร์พบแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ความถนัดของเขาอาจมีความเชื่อมโยงกับเพศ หมาตัวผู้มีแนวโน้มที่จะถนัดซ้ายมากกว่าหมาตัวเมีย ในขณะที่หมาตัวเมียมีแนวโน้มที่จะถนัดขวามากกว่า ทฤษฎีที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ชี้ไปที่ฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ในช่วงที่เขายังเป็นตัวอ่อนในครรภ์แม่ การได้รับฮอร์โมนเพศผู้ในระดับสูงอาจเข้าไปชะลอการพัฒนาของสมองซีกซ้าย ทำให้สมองซีกขวาพัฒนาได้เร็วกว่า ส่งผลให้ตัวผู้มีความถนัดซ้าย (ซึ่งควบคุมโดยสมองซีกขวา) มากกว่านั่นเอง
การทำหมัน (Neutering and Spaying)
เมื่อเราพูดถึงฮอร์โมน การทำหมันย่อมเข้ามามีบทบาทด้วยเช่นกัน งานวิจัยบางชิ้นระบุว่า การทำหมันอาจส่งผลให้ความแตกต่างทางความถนัดระหว่างเพศลดลง หรือทำให้เขาแสดงออกถึงการถนัดข้างใดข้างหนึ่งน้อยลง อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงและต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
อายุและช่วงวัย (Age)
เมื่อเขาเพิ่งเกิดและยังเป็นลูกหมาตัวเล็กๆ ระบบประสาทและสมองของเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ ในช่วงแรกๆ เขาอาจจะยังไม่แสดงออกถึงความถนัดข้างใดข้างหนึ่งเลย เราอาจเห็นเขาใช้เท้าซ้ายที ขวาที ปะปนกันไป แต่เมื่อเขาเริ่มโตขึ้น เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ความถนัดของเขาจะเริ่มชัดเจนและคงที่มากขึ้น การศึกษาพบว่ายิ่งเขามีอายุมากขึ้น ความถนัดที่เขาแสดงออกก็มักจะฝังรากลึกและเปลี่ยนแปลงได้ยากขึ้น
ความเชื่อมโยงระหว่างความถนัด บุคลิกภาพ และอารมณ์
มาถึงตรงนี้แล้วหลายคนอาจจะเริ่มอยากถามผมว่าแล้วจะรู้ไปทำไมใช่ไหมครับ คำตอบคือนอกจากความน่าสนใจในตัวมันเองแล้ว จริง ๆ ความถนัดซ้ายหรือขวาของหมานี้มันมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับพฤติกรรม อารมณ์ และความสามารถในการรับมือกับความเครียดของเขาด้วย
1. กลุ่มที่ถนัดขวา (สมองซีกซ้ายโดดเด่น)
ดังที่เราได้กล่าวไปแล้วว่า สมองซีกซ้ายทำงานเกี่ยวข้องกับอารมณ์เชิงบวกและการเข้าสังคม หมาที่ถนัดขวาจึงมักจะมีบุคลิกที่ค่อนข้างผ่อนคลาย มองโลกในแง่ดี ไว้ใจคนง่าย และสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ดีกว่า งานวิจัยในศูนย์ฝึกหมานำทางสำหรับคนตาบอดพบว่า หมาที่ถนัดขวามีอัตราการสอบผ่านการฝึกสูงกว่าหมาที่ถนัดซ้าย เพราะเขาสามารถทนต่อความกดดันได้ดี มีสมาธิจดจ่อ และไม่ค่อยตื่นตระหนกตกใจง่าย
2. กลุ่มที่ถนัดซ้าย (สมองซีกขวาโดดเด่น)
ในทางกลับกัน สมองซีกขวาทำงานเกี่ยวข้องกับความรู้สึกตื่นตัว ระแวดระวัง และอารมณ์เชิงลบ หมาที่ถนัดซ้ายมักจะมีความไวต่อสิ่งเร้า (Reactive) มากกว่า เขาอาจจะมีแนวโน้มขี้กังวล หวาดกลัวคนแปลกหน้า หรืออาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเพราะความกลัว (Fear aggression) ได้ง่ายกว่า บางการศึกษาพบว่าหมาที่ถนัดซ้ายมักจะมีทัศนคติที่มองโลกในแง่ร้าย (Pessimistic cognitive bias) เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน เขาจะเลือกคิดไว้ก่อนว่ามันต้องเป็นเรื่องอันตราย เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
3. กลุ่มที่ไม่ถนัดข้างใดเป็นพิเศษ (Ambilateral)
ถ้าเขาใช้ได้ทั้งสองข้างเท่าๆ กัน เราอาจจะคิดว่าเขาน่าจะเป็นหมาที่มีความสมดุลที่สุด แต่ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์กลับชี้ไปในทิศทางตรงกันข้าม หมาที่ไม่มีข้างที่ถนัดอย่างชัดเจน มักจะเป็นกลุ่มที่มีความเครียดสะสมได้ง่ายที่สุด และมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นโรคกลัวเสียงดัง (Noise phobia) เช่น กลัวเสียงพลุ เสียงฟ้าร้อง หรือเสียงปืน นักวิจัยสันนิษฐานว่า การที่สมองของเขาไม่ได้แบ่งแยกหน้าที่การทำงานอย่างเด็ดขาด (Lack of lateralization) ทำให้เมื่อมีสิ่งเร้าที่รุนแรงเข้ามากระทบ สมองทั้งสองซีกจะแย่งกันประมวลผล ทำให้เกิดภาวะความสับสน ความกดดัน และนำไปสู่ความตื่นตระหนกในที่สุด
บทสรุป: เราจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้อย่างไร?
แม้จะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงความถนัดนี้กับปัญหาความเครียด และพฤติกรรม แต่การเชื่อมโยงเหล่านี้ไม่ได้หนักแน่นพอที่เราจะใช้เป็นการวินิจฉัยปัญหาพฤติกรรมจริง ๆ ได้นะครับ ดังนั้นอยากให้มองเนื้อหาของวันนี้เป็นสาระน่ารู้ให้เรามีอะไรไปสังเกตและรู้จักหมาของเราให้มากขึ้น โดยไม่ต้องไปพยายามหาทางฝึกให้หมาถนัดขวากันมากขึ้นนะครับ